ทำไม ‘นิสัยผู้หญิง’ ตอนก่อนเป็นเมนส์ กับ หลังเป็นเมนส์ ถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?

เคยสังเกตตัวเองหรือคนข้างตัวไหมคะ... สัปดาห์นี้เธออาจจะเป็นคนน่ารัก อ่อนหวาน คุยง่าย อะไรก็ “แล้วแต่เลยค่ะ” แต่พอเข้าสู่สัปดาห์ถัดมา จู่ๆ เธอก็กลายเป็นคนที่พร้อมปะทะ ร้องไห้ไม่มีเหตุผล แอบหึงหวงเรื่องเล็กน้อย หรือมองโลกในแง่ร้ายจนใจดิ่งลงไปในความทุกข์

​ในสายตาของคนภายนอก (โดยเฉพาะคุณผู้ชาย) มักจะมองว่านี่คืออาการ “งี่เง่าไม่มีเหตุผล”

แต่ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาความสัมพันธ์... นี่ไม่ใช่เรื่องของนิสัยใจคอ แต่เป็นเรื่องของ "พายุสารเคมีในร่างกาย" ที่เปลี่ยนไปในแต่ละรอบเดือนต่างหากค่ะ

​เรามาดูกันช้าๆ ค่ะว่า ใน 1 เดือน ร่างกายของผู้หญิงต้องเจอกับอะไรบ้าง และทำไมตัวตนของเธอถึงแตกต่างกันได้ขนาดนี้

⋆。 ゚☁︎。 ⋆。 ゚☀︎。 ⋆。 ゚

🌧โหมดก่อนเป็นเมนส์ (Luteal Phase)=ช่วงเวลาของ “ปีศาจตัวน้อย” และความหม่นหมอง

​ช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา คือช่วงที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะ PMS (Premenstrual Syndrome) หรือบางคนดิ่งหนักถึงขั้น PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่ดิ่งฮวบลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสารสื่อประสาทในสมองโดยตรง สารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารแห่งความสุขในสมองจะลดต่ำลงในช่วงนี้ ทำให้เธอรู้สึกโหวงๆ ในอก ไวต่อความรู้สึก อ่อนแอง่ายสะเทือนใจกับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ จนบางครั้งรู้สึกไร้ค่าและร้องไห้ออกมาดื้อๆ

ช่วงนี้สมองส่วนอารมณ์จะระแวดระวังภัยสูงขึ้น อาการหึงหวงหรือการจับผิดคำพูดแฟนจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพราะลึกๆ ร่างกายรู้สึกไม่ปลอดภัยและโหยหาอ้อมกอดทางอารมณ์มากกว่าปกติ

​ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ทำให้เธออยากกินของหวาน ชาบู หมูกระทะ หรือแป้งเพื่อไปชดเชยสารความสุขที่หายไป และถ้าร้านที่อยากกินไม่ได้กิน... พายุอารมณ์ก็พร้อมจะพัดกระหน่ำทันทีค่ะ

​🌤โหมดหลังเป็นเมนส์ (Follicular Phase)=ช่วงเวลาของ “นางฟ้าผู้สดใส”

​ทันทีที่ประจำเดือนมาได้ 2-3 วัน และยาวไปจนถึงช่วงหลังหมดประจำเดือนใหม่ๆ โลกสีเทาของผู้หญิงจะถูกชโลมด้วยแสงแดดอบอุ่นทันทีค่ะ เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) จะเริ่มค่อยๆ ไต่ระดับกลับขึ้นมาสูงขึ้น

​เอสโตรเจนทำหน้าที่เพิ่มสารเซโรโทนินและโดปามีนในสมอง ตัวตนของเธอก่อนหน้านี้ที่เคยนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มจะหายไป เธอลุกขึ้นมามีไฟในการทำงาน อยากไปออกกำลังกาย อยากทำอาหารขนมสูตรคลีนๆ หรือกระตือรือร้นกับเป้าหมายชีวิต

​และช่วงนี้ทัศนคติของเธอจะเปิดกว้างมาก บทสนทนาจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เรื่องที่เคยทะเลาะหรือผิดใจกันเมื่อสัปดาห์ก่อน พอมาคุยกันช่วงนี้เธอจะสามารถคุยด้วยเหตุผล ปล่อยวางได้ง่าย และมองข้ามข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ของคนรักได้อย่างน่าอัศจรรย์

⋆。 ゚☁︎。 ⋆。 ゚☀︎。 ⋆。 ゚

วิธีรับมือและโอบกอดตัวเอง (และคนรัก) ในแต่ละเฟส

​เมื่อเราเข้าใจแล้วว่ามันคือกฎธรรมชาติทางชีววิทยา สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยน "ความไม่เข้าใจ" ให้เป็น "การเตรียมพร้อม" ค่ะ

🙋‍♀️​สำหรับคุณผู้หญิง: ลองใช้แอปพลิเคชันบันทึกรอบเดือนดูช้าๆ ค่ะ ทันทีที่รู้ว่าเข้าสู่ช่วง 7 วันก่อนเมนส์มา แล้วใจเราเริ่มดิ่งหรืออยากเหวี่ยง ให้บอกตัวเองในกระจกว่า "อ๋อ... นี่ไม่ใช่เราจริงๆ หรอกนะ มันคือฮอร์โมน" อนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอได้ นอนพักผ่อนให้เยอะขึ้น และลดกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานสมองเยอะๆ ออกไปก่อน

🙋‍♂️​สำหรับคนข้างตัว (คุณสามี/คุณแฟน): ช่วงก่อนเมนส์มาคือช่วงที่เธอต้องการ "พื้นที่ปลอดภัย" มากที่สุดค่ะ ถ้าเห็นภาษาของเธอเริ่มเปลี่ยนไป น้ำเสียงนิ่งเฉย หรือบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่อง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การใช้ตรรกะเหตุผลไปเถียงให้ชนะ แต่คือการเดินเข้าไปกอด นวดไหล่ หาของอร่อยให้กิน แล้วบอกว่า "เค้าอยู่ตรงนี้ซัพพอร์ตเธออยู่นะ" รอให้ผ่านสัปดาห์พายุนี้ไป แล้วค่อยคุยเรื่องเหตุผลกันในช่วงหลังเมนส์มาค่ะ

ตัวตนของผู้หญิงทั้งสองโหมด... ต่างก็คือตัวเธอที่น่าเอ็นดูทั้งคู่ค่ะ โหมดหลังเมนส์มาคือเวอร์ชันที่เธอพร้อมจะออกไปสู้โลก ส่วนโหมดก่อนเมนส์มา คือเวอร์ชันที่ร่างกายของเธอกำลังเหนื่อยล้าและร้องขอการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ😂 ​อย่าปล่อยให้ความไม่เข้าใจเรื่องระบบร่างกาย มาทำลายความสัมพันธ์อันดีงามเลยนะคะ

ถ้าชอบผลงานชิ้นนี้ ฝากกดหัวใจดวงน้อยๆ และกดติดตามเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ💖

#เมนส์ #ผู้หญิง #ผู้หญิงถึงผู้หญิง #เข้าใจผู้หญิง #lemon8ไดอารี่

6/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์ส่วนตัวของผู้หญิงหลายคน รวมถึงตัวฉันเอง การรับรู้และเข้าใจธรรมชาติของร่างกายในแต่ละเฟสของรอบเดือนนั้น ช่วยให้สามารถจัดการกับอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น เพราะเมื่อเราเริ่มใช้แอปพลิเคชันบันทึกรอบเดือน ก็ทำให้เห็นชัดว่านิสัยหรืออารมณ์ของตัวเองไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายอย่างแท้จริง ช่วงก่อนเป็นเมนส์ หรือ Luteal Phase เป็นช่วงที่ฉันมักจะรู้สึกอ่อนไหวและไวกับคำพูดมากกว่าปกติ บางวันก็รู้สึกเครียดและหงุดหงิดง่าย ที่สำคัญคืออยากทานของหวานหรืออาหารที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ในขณะที่คนรอบข้างอาจมองว่านี่เป็นเรื่องเล็กน้อยเกินไป แต่การที่เราเข้าใจสาเหตุทางชีวภาพนี้ ทำให้ฉันสามารถเตือนตัวเองได้ว่าไม่ใช่อารมณ์ที่แท้จริง แต่เป็นผลของ "พายุสารเคมีในร่างกาย" ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ หลังจากที่ประจำเดือนมาได้ประมาณ 2-3 วัน ฉันจะรู้สึกสดชื่นและมีพลังมากขึ้นเหมือนถูกชาร์จแบตเตอรี่ร่างกายใหม่ และรู้สึกพร้อมรับมือกับกิจกรรมต่างๆ รวมถึงมีทัศนคติที่เปิดกว้างและเข้าใจคนรอบข้างได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ฉันพบว่าการพูดคุยเรื่องความรู้สึกและความเข้าใจในช่วงนี้ จะช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนเมนส์ได้ดี สำหรับผู้หญิงเอง การหมั่นสังเกตรอบเดือนและเรียนรู้วิธีดูแลสุขภาพในแต่ละช่วง เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเครียดและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่วนคนรอบข้าง เช่น แฟนหรือครอบครัว ก็สามารถสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" และสื่อสารด้วยความเข้าใจ โดยไม่ตัดสินหรือโต้แย้งในช่วงที่ผู้หญิงกำลังเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นและเต็มไปด้วยความรักมากขึ้น สุดท้ายแล้ว การยอมรับว่าทุกอย่างล้วนเป็นธรรมชาติของร่างกายจะช่วยให้เรารู้จักตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น สร้างความเข้าใจและความอดทน พร้อมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนนี้ไปได้อย่างสบายใจและมีความสุขมากขึ้นจริงๆ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ความต่างที่ลงตัว
ความต่างที่ลงตัว

ใช่ค่ะ ฮอร์โมนร่างกายมันบังคับกันได้ไหมละ ใครเขาอยากเป็นกัน ร่างกายผู้หญิงมีความซับซ้อนกว่ากลไกรร่างกายเพศชาย ผู้หญิงถึงเป็นเพศมีความละเอียดอ่อนและอ่อนไหวมากกว่าผู้ชายหลายเท่า อยากผช. ทำความเข้าใจเรื่องฮอร์โมนเพศมากเลยค่ะ แกไม่ใช่ผญ.อย่างเราๆ ไม่เข้าใจอ่านเยอะๆ ก่อนจะมานั่ง งงซื่อๆเหมือนลิงคิงคองตัวผู้

ดูเพิ่มเติม(1)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ใกล้เมนส์มา อยู่ดีๆก็เศร้า หงุดหงิดง่าย 🩸😡🤬
เคยเป็นไหมคะ อยู่ดี ๆ ก็เศร้า เหนื่อย หงุดหงิด ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็แอบคิดว่า “เราเป็นอะไรไปนะ?” จริง ๆ แล้วมันอาจไม่ใช่ “นิสัยเรา” แต่มันอาจเป็นแค่ช่วงก่อนมีประจำเดือน (PMS/PMDD) ลองอ่านดูนะคะ และหวังว่า จะเป็นประโยชน์ สำหรับทุกคน ทั้งตัวเราเอง และ คนใกล้ชิดของเรา และหวังว่า
Uncle Phawits

Uncle Phawits

ถูกใจ 8 ครั้ง

8นิสัยเสี่ยงติดเชื่อรา มีอะไรบ้าง
1️⃣ 👗ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเหงื่อออก เหงื่อหมักหมมนาน ๆ มาตลอดทั้งวัน เสี่ยงมาก อย่าปล่อยให้ผ้าเปียกชื้นอยู่ทั้งวันนะซิส 2️⃣ 🩲ใส่ผ้าอนามัยทุกวัน ไม่ใช่แค่ช่วงมีเมนส์ก็ใส่! อับชื้น เชื้อราโตไวแบบไม่รู้ตัว ถ้าใส่ตลอด 3️⃣ 👖ใส่กางเกงในอับ รัดแน่นทั้งวัน อากาศไม่ถ่ายเท ความอับชื้น เชื้อราสะสม แล
พื้นที่ลับฉบับผู้หญิง 🎀

พื้นที่ลับฉบับผู้หญิง 🎀

ถูกใจ 3 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงกางเกงในลายทางแขวนอยู่ มีควันและแมลงวันล้อมรอบ พร้อมหัวข้อ "7 นิสัยแย่ๆ น้องสาวเหม็น" และโลโก้ WINONA Feminine
ภาพแสดง 2 นิสัยแรกที่ทำให้เกิดกลิ่น: การนั่งไขว่ห้างทั้งวันทำให้เกิดความร้อนสะสม และการใส่กางเกงเลกกิ้งทั้งวันโดยไม่เปลี่ยนทำให้เกิดความอับชื้น
ภาพแสดงนิสัยที่ 3 และ 4: การเช็ดจากหลังมาหน้าโดยไม่ตั้งใจทำให้เชื้อโรคเคลื่อนย้าย และการใส่ผ้าอนามัยบางๆ ตลอดวันโดยไม่จำเป็นทำให้เกิดความอับชื้นสะสม
🚨 7 นิสัยแปลก ๆ ที่ทำให้น้องสาวเหม็น
🚨 7 นิสัยแปลก ๆ ที่ทำให้น้องสาวเหม็น (แบบไม่รู้ตัว) ไม่ได้สกปรก แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ ทำให้กลิ่นเพี้ยน ① นั่งไขว่ห้างทั้งวัน ② ใส่กางเกงเลกกิ้งทั้งวันโดยไม่เปลี่ยน ③ เช็ดจากหลังมาหน้าโดยไม่ตั้งใจ ④ ใส่ผ้าอนามัยบาง ๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเมนส์ ⑤ ไม่ซับให้แห้งหลังฉี่ ⑥ อาบน้ำเสร็จแล้วใส่กางเกงในทันทีท
WINONA.FEMININE

WINONA.FEMININE

ถูกใจ 782 ครั้ง

ภาพการ์ตูนผู้หญิงหน้าแดงดูไม่สบายตัว มีกลิ่นเหม็นลอยออกมาจากช่วงล่าง พร้อมข้อความ '5 นิสัยเสีย ทำน้องสาวเหม็น' และโลโก้แบรนด์บนพื้นหลังสีชมพูอ่อน
ภาพแสดง 2 นิสัยเสียที่ทำให้ช่องคลอดมีกลิ่น: การใส่ผ้าอนามัยนานเกินไปและการใช้น้ำหอม/สบู่ล้างช่องคลอดแรงๆ พร้อมคำแนะนำให้เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3-4 ชม. และใช้น้ำเปล่าหรือผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
ภาพแสดง 2 นิสัยเสีย: การใส่กางเกงในอับชื้นและไม่ซับให้แห้งหลังเข้าห้องน้ำ พร้อมคำแนะนำให้เลือกผ้าฝ้าย ระบายอากาศดี และซับให้แห้งด้วยทิชชู่จากหน้าไปหลัง
❌ 7 นิสัยเสีย! ทำน้องสาว ”เหม็นตุ่ย“ ไม่รู้ตัว 💨
❌ 7 นิสัยเสีย! ทำน้องสาว "เหม็นตุ่ย" ไม่รู้ตัว 💨 คิดว่าน้องสาวสะอาดแล้ว...แต่ทำไมยังมีกลิ่นแปลก ๆ อยู่ดี? ลองเช็ก 7 พฤติกรรมนี้ดู อาจเป็นตัวการแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้! 💖 How to ให้น้องสาวหอม~ สะอาดมั่นใจ! - 🧼 ล้างถูกวิธี ไม่ใช่ล้างแรง - 👙 ใส่ผ้าฝ้าย โปร่งสบาย - 🍑 เว้นเซ็กส์หลังเมนส์นิดนึ
WINONA.FEMININE

WINONA.FEMININE

ถูกใจ 1105 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม