Automatically translated.View original post

Finished washing your hair..,✅

The hair is finished for us. Blow the fan. Not used to drive.

Besides going to a hair salon I know that blowing a fan is not hot. I am good.

But the disadvantage is that the hair is not blooming, hahahaha

# Wash your hair the right way

1/10 Edited to

... Read moreถ้าให้เลือก “เป่าผมด้วยไดร์หรือพัดลมดีกว่ากัน” สำหรับเรา ขึ้นอยู่กับเป้าหมายเลยค่ะ—อยากแห้งไว, อยากผมไม่ชี้ฟู, หรือกลัวผมเสียจากความร้อน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียชัดเจน 1) เป่าผมด้วยพัดลม ดีไหม? ข้อดี: ไม่โดนความร้อนโดยตรง รู้สึกสบายหัว เหมาะกับคนที่ไม่ชอบไดร์ร้อนๆ และช่วยให้แห้งเร็วกว่า “ปล่อยให้แห้งเอง” บางส่วน ข้อเสียที่เราเจอบ่อย: ผมชี้ฟู/บาน ไม่ค่อยเป็นทรง ปลายผมพันกันง่าย และถ้าเปิดพัดลมแรงๆ นานๆ อาจมีฝุ่นปลิวมาติดผมได้ (โดยเฉพาะถ้าผมมีผลิตภัณฑ์เหนียวๆ) 2) ไดร์เป่าผม ข้อดี ข้อเสีย ข้อดี: แห้งไว คุมทรงง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้าเน้นเป่า “โคนผม” ให้แห้งก่อน ผมจะไม่ลีบแบน และถ้าจบด้วยลมเย็นจะช่วยให้ผมดูเรียบขึ้น ข้อเสีย: ถ้าใช้ลมร้อนจัด ใกล้เกินไป หรือตากไดร์จ่อจุดเดิมนานๆ ผมอาจแห้งกระด้าง แตกปลาย หรือเสียจากความร้อนได้ 3) ปล่อยให้ผมแห้งเองดีไหม? ส่วนตัวเราไม่ค่อยแนะนำ โดยเฉพาะถ้าผมหนา/หนังศีรษะมันง่าย เพราะโคนผมจะชื้นนาน ทำให้เหม็นอับ คัน หรือเสี่ยงเชื้อราได้ และผมมักจะยุ่ง+ชี้ฟูมากกว่าวิธีอื่น วิธีที่เราว่าถนอมผมที่สุด (สายผมสวยแต่ไม่อยากเสีย) - ซับน้ำก่อน: ใช้ผ้าขนหนู “กดซับ” ไม่ขยี้แรงๆ ลดผมพันกันและลดเวลาที่ต้องเป่า - แบ่งโซนเป่า: เริ่มที่โคนผมก่อน เพราะโคนแห้งจะช่วยลดกลิ่นอับและทำให้ผมไม่ลีบ - ถ้าใช้ไดร์: ใช้ลมอุ่น/ลมเย็น ถือห่างประมาณ 15–20 ซม. และเป่าให้ลมวิ่งไปทิศเดียว (ช่วยลดชี้ฟู) - จบด้วยลมเย็น: ขั้นตอนนี้เราชอบมาก เพราะผมดูเรียบขึ้นและไม่ร้อนหนังศีรษะ - ถ้าวันไหนอยากใช้พัดลม: แนะนำให้ “ไดร์ลมเย็น/อุ่นแป๊บเดียวที่โคน” ให้โคนหมาดๆ ก่อน แล้วค่อยนั่งพัดลมต่อ จะได้ไม่ชื้นนานและผมไม่บานเท่าเดิม สรุปแบบบ้านๆ: ถ้ารีบและอยากผมเป็นทรง = ไดร์ (แต่ใช้ให้ถูก) / ถ้าเน้นสบายไม่โดนร้อน = พัดลม (แต่ระวังผมชี้ฟู) / ปล่อยแห้งเอง = ทำได้เป็นบางครั้ง แต่ไม่ควรบ่อย โดยเฉพาะก่อนนอนค่ะ