รวบโชเฟอร์ฉุดนักท่องเที่ยวสาวยูเครนกระทำชำเราบนรถตู้
ภูเก็ต 7 เม.ย. - รวบทันควันโชเฟอร์รถตู้ภูเก็ตข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวยูเครน ฉวยโอกาสขณะมาขอความช่วยเหลือขอเปิด Wi-Fi ฉุดขึ้นรถ กระทำชำเรา อ้างฝ่ายหญิงสมยอม ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง
ตำรวจใช้เวลาไม่นานติดตามจับกุมตัวนายสุกัลย์ อายุ 43 ปี โชเฟอร์รถตู้รับ-ส่งนักท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต ได้ที่ร้านสนุกเกอร์แห่งหนึ่ง ต.รัษฎา หลังก่อเหตุกระทำชำเรานักท่องเที่ยว สาวชาวยูเครน โดยอาศัยจังหวะเหยื่อหลงทางมาขอความช่วยเหลือใช้สัญญาณ Wi-Fi ก่อนฉุดขึ้นรถไปกระทำชำเรา
หลังจากนั้นผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.ป่าตอง ให้การว่า ตนเองหลงทางระหว่างเดินทางไปหาเพื่อนในตัวเมืองภูเก็ต และไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ จึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากนายสุกัลย์ที่จอดรถตู้รอรับงานอยู่บริเวณถนนบายพาส เพื่อขอต่อสัญญาณ Wi-Fi แต่แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือ กลับถูกนายสุกัลย์ใช้กำลังฉุดกระชากขึ้นไปบนรถตู้ ก่อนลงมือกระทำชำเราจนสำเร็จภายในรถ ก่อนจะขับรถไปทิ้งตนไว้ที่พักในย่านกมลาแล้วหลบหนีไป
ตำรวจจึงตามไล่กล้องวงจรปิดจนทราบพิกัดรถและตัวผู้ต้องหา จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจนรวบตัวได้พร้อมของกลางเป็นชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือ และหลักฐานทา งนิติวิทยาศาสตร์ภายในรถตู้อย่างละเอียด เพื่อใช้มัดตัวในชั้นศาล
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุกัลย์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งยังอ้างว่าฝ่ายหญิงสมยอม นอกจากนี้ผลการตรวจปัสสาวะยังพบว่าเป็นสีม่วง มีสารเสพติดในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาหนัก ทั้งข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และเสพยาเสพติด พร้อมเร่งเช็กประวัติย้อนหลังว่าเคยก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวรายอื่นอีกหรือไม่.-สำนักข่าวไทย
เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความระมัดระวังเมื่อพบเจอสถานการณ์ที่ต้องขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก การเลือกแหล่งขอความช่วยเหลือควรเป็นจุดที่มีความปลอดภัย เช่น ร้านค้า ร้านกาแฟ หรือจุดบริการข้อมูลนักท่องเที่ยว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่น่าเชื่อถือคอยให้ความช่วยเหลือแทน ในฐานะนักเดินทาง การพกพาอุปกรณ์สำรอง เช่น พาวเวอร์แบงค์ หรือการวางแผนเส้นทางล่วงหน้าด้วยแผนที่ออฟไลน์สามารถช่วยลดความจำเป็นในการขอความช่วยเหลือกับคนแปลกหน้าได้ นอกจากนี้ การแจ้งเพื่อนหรือครอบครัวตลอดเวลาที่เดินทางก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการเตือนใจว่าภัยที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวอาจมาจากคนที่อยู่ใกล้ตัว เช่น พนักงานขับรถรับส่ง ซึ่งต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต การตรวจสอบประวัติผู้ให้บริการขนส่งและระบบบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ในแง่มุมของการป้องกัน การให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสิทธิ์และวิธีการขอความช่วยเหลือ รวมถึงช่องทางที่ถูกต้องหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะช่วยให้สามารถดำเนินการได้ทันทีและปลอดภัยขึ้น อย่างไรก็ดี การร่วมมือของภาคประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเฝ้าระวังและรายงานพฤติกรรมผิดปกติในพื้นที่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เหตุการณ์นี้จึงเน้นย้ำถึงสิ่งที่ทุกคนควรตระหนัก ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวเอง ผู้ให้บริการ หรือเจ้าหน้าที่ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้สำหรับทุกฝ่าย

























