自動翻訳されています。元の投稿を表示する

✨💌スクールタイプ-中国語ピンイン練習💌✨

🎯最高の中国語を学ぶことです。

最初に基本を理解することです:ピンイン学習。

私たちが良い基盤を得れば、会話コミュニケーションなどの次の学習段階を築くことができます。

🌟教師、自分で中国語を学ぶ親に適しています。

自分で教えたり復習したりすることができます

📚コンテンツは

-中国語の子音、母音、音調の音を学ぶ

子音と母音が混ざったような複合語。

-音色の変化

-覚えておくべき例外

#中国語の基礎 中国語を学ぶ #中国語の先生 #よく使う中国語の文章 #トレンド

3/3 に編集しました

... もっと見るถ้าใครกำลังหา “แบบฝึกพินอิน/แบบฝึกอ่านพินอิน” เพื่อปูพื้นฐานให้แน่นก่อนเริ่มจำตัวจีน ฉันแนะนำให้เริ่มจากการเข้าใจ “สัทอักษรพินอิน (拼音 pīn yīn)” ให้เป็นระบบก่อน เพราะพินอินคือเครื่องมือที่ทำให้เราออกเสียงได้ถูก และช่วยต่อยอดไปสู่การสนทนาเร็วขึ้น สิ่งที่ฉันใช้เช็กตัวเองเวลาอ่านพินอินมี 5 ขั้นตอน (ทำวนได้กับทุกคำ) 1) แยกพยัญชนะต้น (เช่น b/p/m/f, d/t/n/l, g/k/h, j/q/x, zh/ch/sh/r, z/c/s) 2) ดูสระเดี่ยวหรือสระผสมภาษาจีน (เช่น a o e i u ü และ ai/ei/ao/ou/ia/ie/ua/uo/üe/iao/ian/uang/ong ฯลฯ) 3) ดู “ตำแหน่งวรรณยุกต์” ว่าควรใส่บนสระตัวไหน (จำง่าย ๆ: ถ้ามี a หรือ o หรือ e ให้ใส่ที่ตัวนั้นก่อน; ถ้าเป็น ou ให้ใส่ที่ o; นอกนั้นค่อยพิจารณาสระหลัก) 4) อ่านตาม “วรรณยุกต์ภาษาจีน 5 เสียง” (เสียง 1-4 และเสียงเบา) โดยฉันจะเทียบความรู้สึกกับภาษาไทยแบบคร่าว ๆ แค่เพื่อช่วยจับทิศทางเสียง แต่สุดท้ายต้องฟังตัวอย่างเสียงจริงประกอบ 5) อ่านทั้งพยางค์ให้ลื่น แล้วค่อยเพิ่มความเร็ว หัวข้อที่คนมักพลาดเวลาเจอ “ข้อสอบพินอิน” คือกฎเปลี่ยนเสียง (tone sandhi) ฉันสรุปแบบที่ใช้ทำโจทย์ได้ทันที: - เสียง 3 + เสียง 3: ตัวหน้าเปลี่ยนเป็นเสียง 2 (เช่น nǐ hǎo → ní hǎo) - ถ้าเสียง 3 ติดกันหลายคำ: โดยมากคำกลาง/คำหน้าจะถูกยกให้เสียงสูงขึ้นตามหลักการอ่านเป็นกลุ่มคำ (แนะนำฝึกจากตัวอย่างประโยคสั้น ๆ แล้วค่อยยาว) - คำว่า 一 (yī): ถ้าตามด้วยเสียง 4 มักอ่านเป็น yí; ถ้าตามด้วยเสียง 1/2/3 มักอ่านเป็น yì (ทำแบบฝึกคำศัพท์เช่น yìtiān, yídìng จะช่วยจำ) - คำว่า 不 (bù): ถ้าตามด้วยเสียง 4 จะเปลี่ยนเป็น bú (เช่น bú shì) ไอเดียทำแบบฝึกอ่านพินอินให้เห็นผล (ทำเองที่บ้านได้) - วันแรก ๆ อ่าน “พยางค์เดียว” ให้ชัวร์ก่อน (เช่น bā, pó, nǐ, kě) แล้วค่อยไป “สองพยางค์” (เช่น māma, lǎoshī, zhōngguó) - ทำตารางสระผสมภาษาจีนที่สับสน (เช่น ian vs iang, uan vs uang, üe vs ue) แล้วจดคำตัวอย่าง 3 คำต่อหนึ่งสระผสม - ซ้อมอ่านเป็นประโยคสั้น ๆ วันละ 5 ประโยค เช่น แนะนำตัว/บอกประเทศ/บอกสิ่งที่ชอบ จะช่วยให้วรรณยุกต์ไม่หลุดตอนพูดจริง ถ้าจะเตรียมตัวสอบหรือทำแบบทดสอบพินอิน ฉันแนะนำให้จับเวลาอ่านคำ/ประโยค และตรวจ 2 จุดนี้เสมอ: “ตำแหน่งเครื่องหมายวรรณยุกต์” กับ “กฎเปลี่ยนเสียง” เพราะเป็นจุดที่ทำให้คะแนนตกง่ายที่สุด