เอาเถอะ ทำให้ดีเท่าที่ทำได้ เราแค่มาปะลองข้อสอบ…
อาจูบอกผมไม่เรียนที่นี่นะคับ เหตุผลคือ ไกลและรถติดมาก ผมจะเรียนที่หอวังนนท์ โดนแม่ดุ ไป 2 วันแระ ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง ต้องคอยบอกตลอดเวลา ระหว่างรอโดนแม่บ่นยาวเลย แม่ไม่ได้ให้เป็นคนเก่งที่สุด แต่..สามารถเอาตัวรอดได้ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่นี่ต้องให้แม่คอยบอกตลอด แหย่น้องตลอดอีก ถามกันอีกครั้งว่าอนาคตอยากจะทำอะไร อาจูก็ตอบไปในแนว พวก ค้นคว้า ประดิษฐ์ ไรงี้ ทหารก้อยากจะเป็น อ่ะงั้นแม่จะอธิบายให้ฟัง ที่เราไปสอบหองวังนนท์กันมันก็คือห้องเรียนเตรียมแพทย์และทหาร ซึ่งนั่นก็คือการปูพื้นฐานที่จะสอบเข้า รร.เตรียมทหาร ถ้าเราสอบเตรียมได้ก้หมายความว่าเราได้เป็นทหารแล้วน่ะ และน่าจะมีเงินเดือนให้ด้วย เท่ากับเราได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการทหารแล้วนะ แล้วเราจะเรียนทั้งหมด 6 ปี จบมาก็เทียบเท่ากับจบ ป.ตรี แล้ว อีกอย่าง ทหารไม่ได้เป็นทหารแนวรบแบบป๊า เสมอไป อย่างอาจูขี้เกียจออกกำลังกาย อาจจะไปเป็น นายทหารการเงิน เป็นวิศวะสายต่างๆ หรือผู้ตรวจสอบภายในขอฃทหารก็ได้ มันมีสายงานให้เลือกได้เลย หนูไม่ต้องออกมาสอบ ชิงทำงานกับพวกที่เรียน ป.ตรีปกติ ซึ่งการแข่งขันมันสูงมาก แม่อยากให้ไปแบบนี้ เราจะกำไรกว่าเยอะเลย อ่ะ อาจูก้พอเข้าใจบ้างแล้ว ทีนี้แม่ถึงอยากให้หนูฝึกและเริ่มจากตอนนี้เลย แล้วอาจูถามว่า ไอ้ที่ครูลง นี่คือคะแนนผมเหรอคับ ก็ใช่น่ะสิ นั่นคือผลการสอบของหนูเลย ห้องเรียนพิเศษเตรียมแพทย์และทหาร สอบทั้งหมด 66 รับ 36 หนูได้ลำดับที่ 22 อาจูบอกก้ท้ายๆนะแม่ มันไม่ท้ายหรอกลูก ยังไงๆเราก้ได้ลำดับและได้เข้าเรียน แต่อย่าชะล่าใจไปว่าเราสอบได้ เพราะเวลาที่สอบจริงก็เห็นอยู่ที่ครูอธิบายว่ามันขะมีการเทสร่างกายร่วมด้วย ผลวิชาการเราได้เท่านี้ แล้วเอาผลเทสร่างกายมารวมอีกที หากเราทดสอบซ้อมให้ตัวเองมีความพร้อมแต่ตอนนี้เราก็มีสิทธิ์ ได้คะแนน เทสเต็ม และนำไปรวมกับผลสอบวิชาการ เราก็ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเยอะมาก งั้นผมก็ต้องเทสให้ได้เต็มทุกสถานี ก็ใช่ไง มันอยู่ที่เราฝึกฝน ถึงให้เริ่มแต่ตอนนี้เลยไง เข้าใจรึยัง อาจูพยักหน้า ยิ้มๆ
แม่ไม่ได้บังคับ แค่ชี้ทางแนะทางที่ควรจะไป และหนูก็ไปได้ดีด้วย อนาคตชีวิตหนูจะได้ไม่ลำบากรวมถึงคู่ชีวิตและลูกในอนาคตที่หนูจะมีด้วย เค้าจะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วย แบบที่แม่กับหนูและน้องได้รับจากป๊าไง เพราะเราไม่ใช่คนมีเงินเยอะ แต่เราสามารถเลือกทางเดินให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้ สู้ๆ✌🏼✌🏼
จากประสบการณ์ที่เล่ามานี้ ทำให้เห็นภาพชัดเจนถึงความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ห้องเรียนพิเศษเตรียมแพทย์และทหาร ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องคะแนนสอบวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมทางร่างกายด้วย ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่หลายคนอาจมองข้ามไป การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารนั้นค่อนข้างมีการแข่งขันสูง เพราะนอกจากจะต้องผ่านข้อสอบวิชาการที่เน้นความรู้ความเข้าใจในหลายๆ วิชาแล้ว ยังมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายควบคู่ไปด้วย ซึ่งการฝึกซ้อมร่างกายล่วงหน้าจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มคะแนนรวมได้อย่างมาก ที่สำคัญคือการมีแผนการเตรียมตัวที่ชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าสอบไม่รู้สึกกดดันหรือสับสนในการเตรียมตัว ช่วยให้เวลาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น การที่แม่ผู้เล่าเรื่องเป็นผู้ชี้แนะเส้นทางให้ลูกชายได้เห็นภาพอนาคตว่าการเรียนที่นี่จะเทียบเท่ากับปริญญาตรีและได้บรรจุเป็นข้าราชการทหาร ถือเป็นแรงจูงใจที่ดีมากสำหรับเด็กที่เริ่มต้นเข้าวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ความเข้าใจว่าทหารไม่ได้มีแต่หน้าที่รบแบบในอดีต แต่ยังมีสายงานอาชีพที่หลากหลาย เช่น การเงิน วิศวกรรม หรือการตรวจสอบภายใน ทำให้เด็กที่ไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมากสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเองได้ สำหรับใครที่กำลังเตรียมสอบโรงเรียนเตรียมทหาร การแบ่งเวลาฝึกฝนด้านวิชาการและร่างกายให้สมดุลกันเป็นสิ่งจำเป็น อีกทั้งต้องมีการประเมินตนเองเป็นระยะ เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องและเพิ่มจุดแข็ง เรียนรู้เทคนิคการทำข้อสอบ และเตรียมพร้อมเพื่อรับการทดสอบร่างกาย ตั้งแต่ สถานีวัดความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความคล่องตัว เพื่อให้ได้คะแนนเต็มในทุกสถานี สุดท้าย ความตั้งใจและการสนับสนุนจากครอบครัว รวมทั้งการมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน จะช่วยสร้างกำลังใจทำให้ผ่านทุกอุปสรรคไปได้ การเลือกทางเดินชีวิตที่เหมาะสมและช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญทั้งทางการงานและคุณภาพชีวิตในระยะยาว














