Automatically translated.View original post

🌊 Cleansing: Great, very do-to-do ✨

Clean Wash Cosmetics Blue for Oily Skin 💧 This is the coolest!! Out of many bottles. Easy to wash. Rinse into milk, slip the skin, and after washing the face off, still soft. Very good moisturizing of the face. Super recommended. 💦

# softymo # Clean Oil

2025/9/16 Edited to

... Read moreใครกำลังหา “คลีนซิ่งสีฟ้า” ที่เหมาะกับผิวมัน/เป็นสิวง่าย เราขอแชร์วิธีใช้และข้อสังเกตจากที่ใช้ต่อเนื่องจนหมดไปหลายขวดค่ะ ตัวนี้เด่นตรงล้างเมคอัพได้หมดจด แต่หลังล้างไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ผิวยังนุ่ม และรู้สึกว่าช่วยกักความชุ่มชื้นได้ดี วิธีใช้ที่เราว่าเวิร์กที่สุด 1) กดคลีนซิ่งลงบนฝ่ามือให้พอประมาณ แล้วนวดบนหน้าเบาๆ 30–60 วินาที เน้นบริเวณที่ลงรองพื้น/กันแดดเยอะ 2) เติมน้ำทีละนิดให้ “อีมัลซิไฟ” จนเป็นน้ำนม ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะช่วยดึงคราบเครื่องสำอางออกและล้างง่ายขึ้น 3) ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วค่อยตามด้วยโฟมล้างหน้าอ่อนๆ (ถ้าวันไหนแต่งหน้าหนัก) แต่ถ้าวันเบาๆ/กันแดดอย่างเดียว บางครั้งเราลองไม่ล้างซ้ำก็ยังรู้สึกผิวไม่มันเยิ้ม ข้อดีที่รู้สึกได้จริง - ล้างเครื่องสำอางออกหมดจด โดยเฉพาะรองพื้นและกันแดด - หลังล้างหน้าไม่เอี๊ยด ไม่แห้งตึง ผิวยังนุ่ม - ใช้ได้กับมือเปียก ช่วยชีวิตวันรีบๆ - เราใช้กับขนตาปลอมได้ แต่จะนวดเบามากและเลี่ยงการถูแรงๆ รอบดวงตา เหมาะกับใคร - คนผิวมัน ผิวผสม ที่อยากได้คลีนซิ่งล้างเมคอัพแล้วไม่ทำให้หน้าแห้ง - คนที่กลัวอุดตัน/เป็นสิวง่าย เพราะฟีลหลังล้างค่อนข้างสบายผิว (แน่นอนว่าผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละคน) ทิปเล็กๆ กันพลาด - ถ้าล้างแล้วรู้สึกลื่นๆ เหมือนยังมีฟิล์ม แปลว่ายังอีมัลซิไฟไม่พอ ให้เติมน้ำแล้วนวดต่อก่อนล้างออก - แต่งหน้าแน่นมากๆ แนะนำแบ่งนวดเป็น 2 รอบ จะล้างออกง่ายและลดการถูผิวแรงเกินไป โดยรวมถ้าเสิร์ชหา “คลีนซิ่งสีฟ้า” แล้วลังเล เราว่าตัวนี้เป็นตัวที่หยิบใช้ได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะสายผิวมันที่อยากได้ความสะอาดแบบไม่ทำให้ผิวตึงค่ะ