False Gods : เมื่อมนุษย์กลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์
ในช่วงเวลานี้สังคมไทยกำลังเผชิญกับกระแสข่าวในทางเสื่อมเสียของพระภิกษุกับฆราวาสสอนธรรมมะที่มีจำนวนมาก และมีข่าวออกมาเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยในช่วงท้ายของปีนี้ สถานการณ์นี้ได้สร้างความรู้สึกหมดศรัทธาแก่คนในสังคมเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตามวิกฤตในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตของพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณวิกฤตสุขภา พจิตเชิงจิตวิญญาณอีกด้วย ซึ่งวิกฤตในครั้งนี้เกี่ยวพันกับปัญหาเชิงจิตวิญญาณที่สำคัญสองประเด็น คือ ‘False Gods’ (สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปลอม) และ ‘Spiritual Hypocrisy’ (ความหน้าซื่อใจคดทางจิตวิญญา)’ โดยในบทความนี้จะกล่าวถึง ‘False Gods’ หรือ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปลอม’ เป็นประเด็นแรก
นักจิตวิทยาคลินิก Kenneth I. Pargament ได้ระบุถึงปัญหาเชิงจิตวิญญาณที่เรียกว่า “False Gods”: The Problem of Idolatry เกิดขึ้นเมื่อบุคคลได้ให้ความสำคัญและคุณค่ากับสิ่งที่เป็นตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์นั้น มากกว่าความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดที่มันเป็นตัวแทน โดยสิ่งแทนความศักดิ์สิทธิ์สามารถเป็นได้ทั้งสัญลักษณ์ทางศาสนา วัด โบสถ์ รูปเคารพ และยังรวมไปถึงตัวบุคคลอีกด้วย
❗️หมายเหตุ : ความศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้หมายถึง ความจริงสูงสุดทางจิตวิญญาณของแต่ละระบบความเชื่อ เช่น ของพุทธคือนิพพาน ของคริสต์คือพระเจ้า หรือความจริงสากลของกลุ่มความเชื่อนอกศาสนากระแสหลัก
โดยปกติแล้วตัวแทนเหล่านี้จะถือว่าเป็น ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ มีหน้าที่ในการทำให้เราตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์อันเป็นจุดมุ่งหมายสุดท้ายของผู้ศรัทธา เนื่องจากธรรมชาติของความศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความเป็นนามธรรม อธิบายด้วยภาษาได้ยาก การแสดงออกผ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ หรือผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงมีความสำคัญ แต่ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นได้ถ้าเราขาดความตระหนักในเรื่องนี้ และให้คุณค่ากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกินหน้าที่ของมัน ทำให้เกิด False Gods ขึ้นมา
ซึ่งประเด็นที่เป็นปัญหาในสังคมไทยเราอยู่ในตอนนี้ก็คือ การมองและยึดบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาเป็นทั้งหมดของเส้นทางจิตวิญญาณ ทว่าตัวบุคคลนั้นไม่ว่าจะเป็นนักบวชหรือผู้วิเศษที่เก่งกาจมากแค่ ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถจะรองรับน้ำหนักของความศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงได้ พอถึงจุดหนึ่งเมื่อบุคคลเหล่านั้นแสดงถึงความเป็นมนุษย์ที่ไม่ตรงกับความคาดหวังของเราออกมา การแตกสลายทางจิตวิญญาณก็จะเกิดขึ้นกับตัวของเราเอง
อย่างที่ Kenneth Pargament (2007) ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ‘เมื่อผู้คนสับสนระหว่างตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์กับความศักดิ์สิทธิ์ จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาต่าง ๆ พวกเขาอาจประเมินพลังของผู้อื่นสูงเกินไป และพบว่าตนเองตกอยู่ในภาวะถูกทำลายล้างเมื่อ ‘ผู้วิเศษ’ ที่ตนบูชากลายเป็นเพียงแค่ ‘มนุษย์’ คนหนึ่ง
ภาวะเช่นนี้จะนำมาซึ่งปัญหาต่อสุขภาพจิตและวิกฤตทางจิตวิญญาณของเราเองโดยตรง อาจทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง ความรู้สึกว่างเปล่า หรือความรู้สึกโดดเดี่ยว และปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับว่าเ ราได้ฝากคุณค่าอะไรไว้กับ False Gods นั้น ๆ บ้าง เช่นบางคนที่ใช้ False Gods เป็นเครื่องมือในการเยียวยาโรคซึมเศร้าของตนเอง เมื่อ False Gods พังลง ก็อาจจะทำให้อาการของโรคกลับมาอีกครั้งได้
🚫การแก้ไขปัญหาที่ไม่เหมาะสม🚫
บางคนอาจเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากจะเชื่อหรือมีปฎิสัมพันธ์กับบุคคลใด ๆ ที่เป็นตัวแทนทางจิตวิญญาณอีกแล้ว แต่ตั้งใจหันไปสนใจกับวัด คัมภีร์ หรือวิธีปฎิบัติภาวนาแทน อย่างไรก็ตามการจัดการนี้ก็ไม่เชิงว่าเป็นการจัดการปัญหาที่เหมาะสม เนื่องจากเราอาจยังติดอยู่กับ False Gods เหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนจากยึดตัวบุคคลไปยึด False Gods แบบอื่นแทน
อีกกรณีหนึ่ง เราอาจเลือกที่จะละทิ้งเส้นทางเดิมที่ตนศรัทธา หันมาสนใจในการดำเนินชีวิตแบบเชื่อในตนเองและยึดมั่นในความเป็นมนุษย์แทน ทว่าแรงผลักดันในการเ ติบโตทางจิตวิญญาณนั้นมีอิทธิพลต่อเราไม่ต่างไปจากปัจจัยอื่น ๆ ในทางจิตวิทยา ถึงจนหนึ่งเราอาจพบว่าตนเองได้ใช้เครื่องมือต่างๆ ทางโลก ทดแทนเครื่องมือเชิงจิตวิญญาณ หลายคนหันมาบูชาเงินตรา ติดยาเสพติด ติดงาน บางคนบูชาตนเองกลายเป็นคนอีโก้สูง ซึ่งการยึดติดแบบนี้ก็เป็นปัญหาแบบ False Gods เช่นกัน
✅แล้วการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมคืออะไร✅
ปัจจัยทางจิตวิญญาณจะส่งผลดีต่อชีวิตของเราได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถบูรณาการจิตวิญาณเข้ากับบริบทต่าง ๆ ของชีวิตเราได้อย่างเหมาะสม เริ่มแรกเราควรตระหนักก่อนว่าจุดหมายปลายทางจิตวิญญาณของเรานั้นคืออะไร จะไปถึงได้อย่างไร และมีอะไรเป็นตัวแทนของจุดหมายนั้นให้เราได้บ้าง ซึ่งในแต่ละระบบความเชื่อจะมีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของตนเองแตกต่างกันออกไป ในกรณีของพุทธศาสนาจ ุดหมายคือนิพพาน ศาสนาคริสต์มีจุดหมายสุดท้ายคือพระเจ้า หรือในความเชื่อนอกศาสนากระแสหลักคือความจริงแท้ของจักรวาลสากล ฯลฯ
วิธีการไปให้ถึงก็คือการปฏิบัติภาวนาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละศาสนา การศึกษาคัมภีร์ การดำเนินชีวิตตามคำสอนของศาสดา ตัวแทนนั้นมีทั้งนักบวช รูปเคารพ คำสอน พิธีกรรม ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญในตัวเอง สิ่งที่เราต้องทำคือการรู้จักใช้ให้เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์ รู้ขีดจำกัดหน้าที่ของเครื่องมือเหล่านี้ สามารถผสานแนวทางจิตวิญญาณของตนเข้ากับชีวิตตนเอง สภาพแวดล้อม ครอบครัว งาน และสังคม
หากเราทำได้อย่างเหมาะสม ไม่ฝากเส้นทางจิตวิญญาณทั้งหมดของเราไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป ก็จะไม่มีการเกิดขึ้นของ ‘False Gods’ หรือ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปลอม’ ทำให้จิ ตวิญญาณของเรามีการเติบโตไปในทิศทางที่ดีเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตองค์รวมอย่างมีคุณภาพได้
ในส่วนประเด็นที่สอง ‘Spiritual Hypocrisy’ หรือ การหาผลประโยชน์ทางจิตวิญญาณอย่างผิดศีลธรรม จะให้ความรู้ในบทความถัดไป
📌ภาพหน้าปก📌
คือ ‘โกะโจ ซาโตรุ’ ตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง ‘มหาเวทย์ผนึกมาร’ ภาพเป็นเนื้อหาในตอนที่เขาฟื้นกลับมาจากภาวะเฉียดตายทำให้ได้ปลดขีดจำกัดพลังของตนเอง ก่อนจะประกาศต่อหน้าคนอื่นว่า ‘เหนือฟ้าใต้หล้า ข้าประเสริฐที่สุด’ อันเป็นสัญญาณของการบูชาตนเองเป็นความศักดิ์สิทธิ์ หรือ False Gods
📝อ้างอิง📝
Kenneth I. Pargament. (2007). Spiritually Integrated Psychotherapy: Understanding and Addressing the Sacred. The Guilford Press
-----










