ไขมันดี

2025/10/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนได้ยินคำว่า “ไขมันดี” แล้วงงว่าคืออะไร—เราก็เคยเป็นค่ะ สรุปง่ายๆ ไขมันดีส่วนใหญ่คือ “ไขมันไม่อิ่มตัว” (ทั้งชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว/เชิงซ้อน) ที่ร่างกายใช้ได้และมักพบในปลา ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันจากพืชบางชนิด ส่วน “ไขมันอิ่มตัว” ไม่ได้แปลว่าห้ามกิน 100% แต่ควรกินพอดี เพราะถ้ากินเยอะเกินไปอาจทำให้แคลอรีเกินและกระทบสุขภาพหัวใจได้ในระยะยาว ไขมันอิ่มตัว vs ไขมันไม่อิ่มตัว ต่างกันยังไง? - ไขมันอิ่มตัว: มักแข็งตัวง่ายที่อุณหภูมิห้อง พบในเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ เนย ชีส กะทิ/น้ำมันปาล์มบางส่วน (ไม่ได้แปลว่าเลวทั้งหมด แต่ควรจำกัดปริมาณ) - ไขมันไม่อิ่มตัว: มักเป็นของเหลว พบในปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วอัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดเจีย เมล็ดแฟล็กซ์ ฯลฯ โดยเฉพาะปลาทะเลไขมันสูงจะเด่นเรื่องโอเมก้า 3 ไขมันดี ได้แก่ อะไรบ้าง (ไอเดียจากสิ่งที่เราชอบกิน) 1) ปลาแซลมอน/ปลาแมคเคอเรล: เราชอบทำแบบย่าง/อบ ใช้เกลือพริกไทยนิดเดียวก็อร่อยแล้ว 2) น้ำมันมะกอก: ใช้ราดสลัดหรือคลุกผักย่าง กลิ่นหอมและได้ไขมันดีแบบง่ายๆ 3) อะโวคาโด: กินกับสลัดหรือปั่นสมูทตี้ ทำให้อิ่มนานขึ้น 4) ถั่วไขมันดี: อัลมอนด์ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัท แมคคาเดเมีย บราซิลนัท—เราใช้เป็นของว่างแทนขนมกรุบกรอบ 5) เมล็ดเจีย/เมล็ดแฟล็กซ์: ใส่โยเกิร์ตหรือโอ๊ต ทำให้มื้อเช้าดูสุขภาพดีขึ้นทันที 6) เนยถั่ว: ทาบนขนมปังโฮลวีตหรือกินคู่กล้วย (แต่ดูน้ำตาล/น้ำมันเติมแต่งด้วย) 7) ดาร์กช็อกโกแลต: เลือกเปอร์เซ็นต์โกโก้สูง กินนิดๆ พอหายอยาก 8) ข้าวกล้อง: ไม่ใช่แหล่งไขมันหลัก แต่ช่วยเรื่องไฟเบอร์ ทำให้ควบคุมความหิวและสมดุลอาหารดีขึ้น ทริคกินให้ได้ผล (และไม่พลาดเรื่องแคลอรี) - “เพิ่มไขมันดี” ไม่เท่ากับ “ราดน้ำมันเพิ่มทุกมื้อ” เพราะไขมันให้พลังงานสูงมาก เราใช้วิธีเลือก 1 แหล่ง/มื้อ เช่น มื้อหนึ่งมีแซลมอน อีกมื้อมีถั่ว 1 กำมือ - ปริมาณที่ทำได้จริง: ถั่วประมาณ 1 กำมือเล็กๆ/วัน หรือใช้น้ำมันมะกอกแค่ 1–2 ช้อนชาในการทำอาหาร - จัดจานให้บาลานซ์: โปรตีน + ผัก + คาร์บเชิงซ้อน แล้วค่อยเติมไขมันดี จะอิ่มนานและไม่หลุดง่าย ถ้าคุณกำลังเริ่มจากศูนย์ แนะนำเริ่ม 2 อย่างก่อนเลย: “ปลาแซลมอน” สัปดาห์ละ 1–2 มื้อ และ “อัลมอนด์/วอลนัท” เป็นของว่างแทนขนม แล้วค่อยๆ เติมอย่างอื่นเข้าไป รับรองทำได้ต่อเนื่องมากขึ้นค่ะ

ค้นหา ·
ไขมันดีมาจากไหน