ประสบการณ์เป็นซึมเศร้า
หลายคนเห็นรอยสักของเรา แล้วถามว่า “ทำไมเป็นผู้หญิงถึงสักขนาดนี้”
ความจริงแล้ว…รอยสักทุกลาย มีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง
มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราเป็นโรคซึมเศร้า น้ำหนักลดไปเกือบ 10 กิโล ไม่อยากกินข้าว ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากลุกจากเตียง และไม่เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่
มีวันที่ความคิดแย่ ๆ เข้ามาจนเกือบสายเกินไป
แต่โชคดีที ่ครอบครัวสังเกตเห็นและดึงเรากลับมาได้ทัน พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้เราต่อสู้เพียงลำพัง
หลังจากนั้นเราเริ่มเข้ารับการรักษา และค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตใหม่
ในช่วงที่จิตใจยังเปราะบาง เราเลือกสักลาย
ไม่ใช่เพราะคิดว่ารอยสักจะรักษาโรคซึมเศร้าได้ และไม่ใช่เพราะอยากเจ็บตัว
แต่สำหรับเราในตอนนั้น การสักเป็นเหมือนการเปลี่ยนความเจ็บปวดในใจให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีความหมาย เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราผ่านวันเหล่านั้นมาได้ และยังมีเหตุผลที่จะใช้ชีวิตต่อ
ทุกลายบนร่างกายจึงไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่มันคือบทหนึ่งของชีวิตที่เรารอดผ่านมา และตอนนี้เรากลับชอบการสักไปแล้ว
วันนี้เราดีขึ้นมากแล้ว กลับมาเรียน กลับมายิ้ม กลับมาวางแผนอนาคตได้อีกครั้ง
แต่การดีขึ้นไม่ได้แปลว่าหายขาด ตอนนี้เ รายังคงรับกินยาตามคำแนะนำของแพทย์ และยังค่อย ๆ ดูแลหัวใจของตัวเองในทุกวัน
เราไม่ได้เล่าเรื่องนี้เพื่อให้ใครสงสาร
เราแค่อยากบอกกับคนที่กำลังเจ็บปวดว่า…
“คุณไม่ได้อ่อนแอที่ป่วย
คุณไม่ได้ผิดที่ต้องขอความช่วยเหลือ
และคุณไม่จำเป็นต้องผ่านทุกอย่างเพียงลำพัง
ถ้าวันนี้คุณยังอยู่ตรงนี้ นั่นก็เก่งมากแล้ว” 🤍
สุดท้ายนี้ ขอบคุณครอบครัวที่ไม่ยอมปล่อยมือในวันที่เราไม่เหลือแรงจะสู้ และขอบคุณตัวเองที่อดทนจนได้มาเห็นโลกในวันที่สดใสกว่าเดิม
หวังว่าเรื่องราวของเราจะทำให้ใครสักคนเลือกอยู่ต่ออีกหนึ่งวัน
🩺 ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง: #รีวิวซึมเศร้า #รักษาซึมเศร้า

















