Revenue = ยอดรายได้ที่หักลบ service vat
Service = ค่าบริการเพิ่มเติม ที่สถานประกอบการเรียกเก็บเพื่อเป็นค่าตอบแทนพนักงาน
Vat = ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่รัฐบาลเรียกเก็บจากสินค้าหรือบริการ
Room Type = ประเภทของห้องพักภายในโรงแรม
Pax = จำนวนผู้เข้าพักต่อห้อง
Rm Night = จำนวนคืนที่เข้าพักของ booking
Arrival Date = วันที่เข้าพัก
Departure Date = วันที่ออก
Folio 1,2,3,4 = หน้าต่างในหน้าโปรแกรมที่ไว้ใช้แบ่งค่าใช้จ่าย
Nts = จำนวนคืนที่เข้าพัก
of visit = จำนวนครั้งที่แขกมาเข้าพักกับโรงแรม
Adult = แขกที่เป็นผู้ใหญ่
Child = แขกที่เป็นเด็ก
Market = การจำแนกประเภทของ booking
Definite Booking = คือ booking ที่ยืนยันว่าจะเข้าพัก
Tentative Booking = booking ที่ยังไม่ยืนยันสถานะการเข้าพัก
Rate = จำนวนเงินค่าห้องต่อคืน
/Comanche Gogoji Co, Ltd.
#งานโรงแรม
#hotelreview
#vocabulary
#โรงแรม
#English
ถ้าเพิ่งเริ่มงานสายโรงแรมหรืออยู่ Front Office แล้วเจอคำอังกฤษเต็มไปหมด บอกเลยว่า “จำเป็นต้องรู้” เพราะคำพวกนี้โผล่ทุกวันทั้งในอีเมล การรับโทรศัพท์ และในระบบ PMS/รายงานต่างๆ ฉันเคยงงมากตอนแรก โดยเฉพาะเวลามีแขกยืนรอหน้าเคาน์เตอร์แล้วต้องตอบให้ไว เลยสรุป Front Office vocabulary ที่ใช้จริง พร้อมทริคจำแบบใช้งานได้ทันทีไว้ให้ค่ะ (แนวเดียวกับคำว่า HOTEL VOCABULARY ที่หลายคนชอบเซฟเก็บ)
1) Revenue / Service / VAT ใช้ตอนไหนบ่อยสุด
- Revenue ในงานโรงแรมมักพูดถึง “ยอดรายได้” ซึ่งบางที่จะแยกให้ชัดว่าเป็นยอดก่อน/หลังหัก Service และ VAT เวลาอ่านรายงานหรือส่งเมลให้แผนกบัญชีให้ดูบริบทด้วย
- Service charge คือค่าบริการที่เก็บเพิ่ม (เช่น 10%) เพื่อเป็นสวัสดิการ/ตอบแทนพนักงาน มักเจอในใบแจ้งหนี้และเวลาแขกถามว่าทำไมราคาสุดท้ายสูงขึ้น
- VAT คือภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไทย 7%) ถ้าแขกเป็นต่างชาติ บางคนจะถามว่ารวม VAT แล้วไหม คำตอบสั้นๆ ที่ใช้ได้: “The rate is inclusive of service charge and VAT.”
2) Room Type / Rate / Pax / Adult-Child
- Room Type คือประเภทห้อง เช่น Superior, Deluxe, Twin/King และมีผลกับการจัดห้องให้ตรงตาม booking
- Rate คือราคาห้องต่อคืน เวลายืนยันการจองควรพูดให้ครบว่าเป็น “per night” และรวมอะไรบ้าง
- Pax คือจำนวนผู้เข้าพักต่อห้อง (จำนวนคน) ใช้คู่กับ Adult/Child เพื่อคิด breakfast, extra bed หรือ policy เด็ก
3) Rm Night / Nts / Arrival / Departure (คำที่มักทำให้สับสน)
- Rm Night (Room Night) คือจำนวน “คืน” ที่ขายได้ของการจอง เช่น 1 ห้อง 3 คืน = 3 room nights
- Nts (Nights) ก็หมายถึงจำนวนคืนเหมือนกัน แต่บางระบบใช้ย่อไม่เหมือนกัน ให้ดูว่าอยู่หน้าจอไหน
- Arrival Date คือวันเช็กอิน / Departure Date คือวันเช็กเอาต์ ใช้ในเมลยืนยันและการทำ room assignment
4) Folio 1,2,3,4 คืออะไร (ใช้แก้ปัญหาหน้างานดีมาก)
Folio คือหน้าบัญชีค่าใช้จ่ายของแขกในระบบ แยกเป็นหลาย folio เพื่อ “แบ่งบิล” เช่น
- Folio 1: ห้องพักและภาษี
- Folio 2: minibar/อาหาร
- Folio 3: ค่าใช้จ่ายบริษัทออกให้
ทริคหน้างาน: ถ้าแขกอยากแยกบิลส่วนตัวกับบิลบริษัท ให้ย้าย charge ไปอีก folio ก่อนปิดบิล จะทำให้ออกใบเสร็จง่ายขึ้นและลดข้อผิดพลาด
5) Market / Definite / Tentative / No. of visit
- Market คือการจัดกลุ่มการจอง เช่น FIT, Corporate, OTA, Group ช่วยให้ทีมทำรายงานและวิเคราะห์ยอดได้
- Definite booking = ยืนยันแล้ว / Tentative booking = ยังรอคอนเฟิร์ม ใช้ในงานขายและงานสำรองห้อง
- No. of visit คือจำนวนครั้งที่แขกเคยมาพัก ช่วยเวลาให้บริการลูกค้าประจำ (เช่น welcome back)
ถ้าอยากใช้ให้คล่อง แนะนำให้จดคำเหล่านี้ไว้หน้าการ์ดเล็กๆ หลังเคาน์เตอร์ แล้วลองแต่งประโยคสั้นๆ 1-2 ประโยคต่อคำ เช่น “Your rate is inclusive of service charge and VAT.” หรือ “May I confirm the number of pax?” ใช้บ่อยๆ เดี๋ยวคำศัพท์จะติดปากเองค่ะ