#คนที่มี Passion ในการ "พัฒนาตัวเอง" (Self-Improvement) ไม่ใช่คนที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง แต่คือคนที่รู้ว่าตัวเอง "เก่งและดีขึ้นกว่านี้ได้อีก"
ถ้าอยากรู้ว่าคุณหรือคนรอบข้างเข้าข่าย "Self-Growth Addict" หรือเปล่า? ลองเช็ก 5 ลักษณะเด่นของคนชอบพัฒนาตัวเองเหล่านี้ดูครับ:
1. มี "Growth Mindset" เชื่อว่าทุกอย่างฝึกกันได้
คนกลุ่มนี้จะไม่พูดคำว่า "ทำไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่เก่งเรื่องนี้" แต่จะเปลี่ยนเป็น "ตอนนี้ยังทำไม่ได้ แต่ถ้าศึกษาและฝึกฝนก็น่าจะทำได้" มองความล้มเหลวเป็นเพียงก้าวหนึ่งของเรียนรู้ ไม่ใช่จุดจบของชีวิต
2. เสพติดการเรียนรู้สิ่งใหม่ (Lifelong Learner)
โลกเปลี่ยนไปไวแค่ไหน พวกเขาพร้อมปรับตัววิ่งตามให้ทัน
ชอบอ่านหนังสือ ฟัง Podcast หรือลงคอร์สเรียนออนไลน์สม่ำเสมอ
ไม่ได้เรียนแค่เรื่องงาน แต่สนใจเรื่องการบริหารเงิน สุขภาพ จิตวิทยา และทักษะชีวิต (Soft Skills)
3. เป็นนักฟังที่ดี และเปิดรับคำวิจารณ์ (Feedback)
คนชอบพัฒนาตัวเองจะไม่กลัว "คำติชม" แต่วิ่งเข้าหาซะด้วยซ้ำ พวกเขาจะแยกแยะอารมณ์ออกจากข้อเท็จจริง แล้วนำ Feedback ที่ได้มาอุดรอยรั่วและปรับปรุงตัวเองให้ไร้เทียมทานยิ่งขึ้น
4. แข่งกับ "ตัวเองในอดีต" ไม่ใช่แข่งกับคนอื่น
พ วกเขาเข้าใจดีว่าต้นทุนชีวิตและจังหวะเวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เป้าหมายเดียวที่พวกเขาสนใจคือ "ตัวเราในวันนี้ ต้องเก่งกว่า ขยันกว่า หรือมีความสุขกว่าตัวเราเมื่อวาน" แม้จะแค่วันละ 1% ก็ตาม
5. กล้าออกจาก Comfort Zone (แม้จะกลัว)
ความกลัวเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่คนชอบพัฒนาตัวเองจะมีความกล้าที่จะลงมือทำทั้งๆ ที่ยังกลัว พวกเขาชอบพาตัวเองไปเจอความท้าทายใหม่ๆ เพราะรู้ดีว่า "ความเติบโต มักเกิดขึ้นนอกพื้นที่ที่คุ้นเคยเสมอ"#พัฒนาตัวเ#พัฒนาตัวเองอ#พัฒนาตนเองกับมาดามแบม#แรงบันดาลใจๆ
จากประสบการณ์ตรง ผมเชื่อว่าการเป็นคนที่ชอบพัฒนาตัวเองจริงๆ นั้นไม่ได้หมายถึงการไม่เคยล้มเหลว แต่เป็นการเรียนรู้จากความผิดพลาด และพร้อมลุกขึ้นมาใหม่ด้วยทัศนคติที่ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อตอนเริ่มต้นทำงาน ผมเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ แต่เมื่อเปลี่ยนวิธีคิดมาใช้ Growth Mindset ผมเริ่มเห็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผมยังชอบที่จะเป็น Lifelong Learner โดยการอ่านหนังสือและฟัง Podcast หัวข้อที่หลากหลาย ทั้งเรื่องธุรกิจ สุขภาพ และจิตวิทยา เพราะนอกจากจะทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นแล้ว ยังช่วยขยายมุมมองกับสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเสมอ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการรับฟัง Feedback จริงๆ แล้วการได้รับคำติชมไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราเข้าใจว่าจะนำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาใช้ปรับปรุงตนเองอย่างไร ทำให้เราแข็งแกร่งและพัฒนาตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ผมเองก็เคยต้องเผชิญกับความกลัวหลายครั้งในการก้าวออกจาก Comfort Zone แต่เมื่อลองทำแล้วพบว่าความท้าทายเหล่านั้นเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโต และทุกครั้งที่ผ่านความยากลำบากไปได้ ผมมั่นใจว่าตัวเองเก่งและมั่นคงขึ้นกว่าเดิม แม้จะเพิ่มขึ้นทีละเล็กน้อยเพียง 1% ต่อวัน เช่นเดียวกับการแข่งกับตัวเองในอดีต ที่ทำให้เราไม่หยุดนิ่งและยกระดับชีวิตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ดังนั้น หากใครกำลังเริ่มต้นอยากพัฒนาตัวเอง ขอแนะนำให้ลองสังเกตพฤติกรรมและทัศนคติของตนเองตาม 5 ลักษณะนี้ และตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจัง รับรองว่าการเดินทางสาย Self-Improvement นี้จะเปิดประตูสู่อนาคตที่ดีขึ้นได้แน่นอน

