เอาปลามาส่งจ้า
หลายคนอาจเห็นแค่ว่า “มีคนนำปลามาส่ง” แล้วจบ แต่จริงๆ กว่าปลาจะมาถึงโต๊ะอาหารได้ มันมีขั้นตอนที่ช่วยคงความสดและความปลอดภัยอยู่พอสมควร เราเล่าเป็นภาพรวมแบบเข้าใจง่าย เผื่อใครอยากรู้ที่มาของปลาในจานตัวเองค่ะ 1) ขั้นตอนต้นทาง: จับหรือเลี้ยง ปลาส่วนใหญ่เริ่มจาก 2 ทางคือ “ประมงจับจากทะเล/แม่น้ำ” หรือ “เพาะเลี้ยงในกระชัง/บ่อ” จุดสำคัญคือหลังจับขึ้นมาใหม่ๆ ต้องรีบลดอุณหภูมิให้ไว เพราะความร้อนทำให้ปลาเสื่อมคุณภาพเร็วมาก ถ้าเป็นสายประมงเรือจะมีน้ำแข็งหรือห้องเย็นบนเรือเพื่อชะลอการเน่าเสีย 2) คัดแยกและทำความสะอาดเบื้องต้น เมื่อขึ้นฝั่งหรือเข้าศูนย์รวบรวม จะมีการคัดขนาด/คัดเกรด ดูความสมบูรณ์ของตัวปลา (ตาใส เนื้อแน่น เกล็ดเงา ไม่มีกลิ่นผิดปกติ) บางที่ล้างเมือก ตัดเหงือก หรือเอาเครื่องในออกตั้งแต่ต้นทางเพื่อยืดความสด โดยเฉพาะปลาที่ต้องเดินทางไกล 3) ทำความเย็น (Cold chain) คือหัวใจ สิ่งที่ทำให้ “ปลาส่งถึงบ้านแล้วยังสด” ส่วนใหญ่คือการรักษาโซ่ความเย็นให้ต่อเนื่อง ตั้งแต่แช่น้ำแข็ง/แช่เย็น 0–4°C ไปจนถึงแช่แข็ง (แล้วแต่ประเภทสินค้า) ถ้าโซ่ความเย็นขาด เช่น ออกนอกตู้เย็นนานๆ ปลาจะมีกลิ่นและเนื้อยุ่ยเร็ว 4) แพ็กกิ้งก่อนขนส่ง ปลาสดมักถูกแพ็กในกล่องโฟมหรือกล่องเก็บความเย็น ใส่น้ำแข็งหรือเจลเย็น และแยกปลาให้ไม่สัมผัสน้ำละลายมากเกินไป (เพราะน้ำละลายทำให้เนื้อช้ำ) ถ้าเป็นปลาหั่นชิ้น/ฟิลเลต์ จะซีลถุง ลดอากาศ หรือแพ็กแบบสูญญากาศเพื่อคุมกลิ่นและความสะอาด 5) ขนส่งจนถึงร้าน/ถึงบ้าน จากนั้นจะส่งต่อไปตลาดกลาง ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือส่งเดลิเวอรี่ถึงบ้าน ขั้นตอนนี้ต้องเร็วและอุณหภูมิคงที่ ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องใส่ใจเวลาและการแพ็กเป็นพิเศษ 6) เช็กความสดตอนรับของ (ทำเองง่ายๆ) - กลิ่น: ควรเป็นกลิ่นทะเล/กลิ่นสด ไม่ฉุนเปรี้ยว - ตา/ผิว: ตาใสไม่ขุ่น ผิวเงา ไม่แห้งแตก - เนื้อ: กดแล้วเด้ง ไม่เละ ถ้าเป็นปลาแพ็กเย็น ให้รีบเข้าตู้เย็นทันที และพยายามปรุงภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อความอร่อยที่สุด สรุปสั้นๆ คือ “ปลาไปถึงโต๊ะอาหาร” ได้เพราะมีการคัดเกรด + ทำความเย็นต่อเนื่อง + แพ็กและขนส่งที่เร็วและสะอาด ใครที่สั่งปลามาส่งบ่อยๆ ลองสังเกตแพ็กกิ้งและอุณหภูมิของสินค้า จะช่วยเลือกแหล่งที่ไว้ใจได้มากขึ้นค่ะ
























