มาทดสอบกันครับว่าปอดของเรายังแข็งแรงอยู่ไหม?
ถ้าคุณกำลังหา “วิธีเช็คปอดเบื้องต้น” หรืออยาก “ทดสอบปอดด้วยตัวเอง” แบบง่ายๆ ที่บ้าน นี่คือชุดเช็คที่เราลองทำเองแล้วรู้สึกว่าเห็นภาพมากขึ้น (แต่ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคแทนนะ) 1) ทดสอบลมหายใจยาว (Pursed-lip breathing) นั่งหลังตรง หายใจเข้าทางจมูก 2 วินาที แล้วจู๋ปากเป่าออกช้าๆ 4–6 วินาที ทำ 5 รอบ สังเกตว่าเป่าออกได้ยาวสม่ำเสมอไหม ถ้าเป่าออกสั้นมากๆ หรือแน่นหน้าอกง่าย อาจบอกได้ว่าควบคุมลมหายใจไม่ดี/เหนื่อยง่ายผิดปกติ 2) นับลมหายใจต่อนาที (Resting respiratory rate) ตอนพักนิ่งๆ จับเวลา 1 นาที นับจำนวนครั้งที่หน้าอก/ท้องยกขึ้นลง ผู้ใหญ่ทั่วไปมักอยู่ราว 12–20 ครั้ง/นาที ถ้าเกิน 20 ต่อเนื่องหลายวัน (โดยไม่ได้เพิ่งออกกำลังหรือเครียด) แนะนำให้เฝ้าดูอาการอื่นร่วมด้วย 3) แบบทดสอบพูดประโยคเดียว ลองหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดประโยคยาวๆ ต่อเนื่อง 1 ประโยค เช่น “วันนี้อากาศดี ฉันเดินไปซื้อของแล้วกลับบ้าน” ถ้าพูดไม่จบต้องหยุดหายใจหลายครั้ง ทั้งที่ไม่ได้เพิ่งออกแรง อาจเป็นสัญญาณว่าความทนทานของระบบหายใจลดลง 4) เดิน 6 นาที (6-minute walk แบบบ้านๆ) หาเส้นทางราบ ปลอดภัย เดินเร็วแบบที่ยังพูดได้เป็นคำๆ จับเวลา 6 นาที สังเกตระดับเหนื่อย เวียนหัว แน่นหน้าอก หรือปลายนิ้ว/ริมฝีปากคล้ำไหม ถ้ามีอาการผิดปกติให้หยุดทันที ถ้ามีเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (SpO2) ลองวัดก่อน-หลังเดิน ค่าโดยมากควรอยู่ราว 95–100% (บางคนอาจต่ำกว่านี้ตามโรคประจำตัว) 5) วัดรอบอก/การขยายตัวของทรวงอก ใช้สายวัดรอบอกบริเวณใต้รักแร้ วัดตอนหายใจออกสุด แล้ววัดตอนหายใจเข้าเต็มที่ ส่วนต่างที่ขยายได้ช่วยให้เห็นความยืดหยุ่นของทรวงอก (แม้จะไม่ใช่มาตรฐานทางการแพทย์ แต่ใช้เทียบตัวเองครั้งต่อครั้งได้) ทิปที่ช่วยให้ “สำเร็จแล้ว!” กับการดูแลปอดระยะยาว - ถ้าสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า: ลด-เลิกคือเห็นผลชัดสุด - ฝึกหายใจแบบกะบังลมวันละ 5 นาที (หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ) - ออกกำลังแอโรบิกเบาๆ สม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน - ลดฝุ่นควัน ใส่หน้ากากในวันที่ PM2.5 สูง และเปิดระบายอากาศในบ้าน ควรไปพบแพทย์ถ้ามีอาการเหล่านี้ หอบเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ เจ็บแน่นหน้าอก ไอเรื้อรังเกิน 3 สัปดาห์ ไอมีเลือด เสียงหวีด หรือตัวเขียว/SpO2 ต่ำผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าเกิดตอนพักเฉยๆ





ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม