ลูกงอแงวันนี้ ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นเด็กงอแงนะ 🤍
อย่าเอาวันที่ยากของลูก มาตัดสินว่าเขาเป็นเด็กแบบไหน 🤍
ตั้งแต่มีฟีบัส หม่ามี้ค่อย ๆ เรียนรู้เรื่องหนึ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ
เด็กคนหนึ่งไม่ควรถูกตัดสินจากวันที่เขากำลังรู้สึกอะไรบางอย่าง
เพราะมีหลายวันที่เรามองลูกแล้วรู้สึกว่า วันนี้ลูกเป็นเด็กอีกคนหนึ่งเลย
เมื่อวานยังยิ้มเก่งอยู่เลย
วันนี้งอแงตั้งแต่ตื่น
เมื่อวานนอนง่าย
วันนี้กล่อมเท่าไหร่ก็เหมือนไม่ยอมหลับ
เมื่อวานเล่นเพลิน ๆ ได้ตั้งนาน
วันนี้อยากให้อุ้มอยู่ตลอด
บางวันหัวเราะเสียงดังจนคนทั้งบ้านยิ้มตาม
บางวันร้องไห้บ่อยจนหม่ามี้เองก็เริ่มสงสัยว่า ลูกเป็นอะไรนะ
แล้วพอเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เราก็มักจะเริ่มหาคำตอบจากตัวเราเองก่อน
เราทำอะไรผิดหรือเปล่า
เลี้ยงลูกตรงไหนไม่ดีหรือเปล่า
หรือจริง ๆ แล้วลูกเป็นเด็กอารมณ์ยาก
แต่พอได้อยู่กับลูกไปเรื่อย ๆ
หม่ามี้กลับรู้สึกว่า บางทีเราไม่จำเป็นต้องรีบหาคำตอบขนาดนั้นก็ได้
เพราะเด็กเล็กยังไม่ได้มีความสามารถในการบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดได้ทั้ง หมด
เขาอาจจะง่วง แต่ยังไม่รู้ว่าจะบอกว่าอย่างไร
อาจจะเหนื่อย แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเหนื่อย
อาจจะหิว
ไม่สบายตัว
รับสิ่งรอบตัวมาเยอะเกินไป
หรือกำลังอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของพัฒนาการ
และบางครั้งเขาอาจแค่ต้องการความใกล้ชิดจากคนที่เขารู้สึกปลอดภัยด้วย
สิ่งที่ผู้ใหญ่เห็นจึงอาจเป็นแค่
ร้องไห้
งอแง
หันหน้าหนี
เกาะคนเลี้ยง
อยากให้อุ้ม
หรือไม่ยอมทำสิ่งที่เมื่อวานยังทำได้ดี
แต่เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านั้น อาจมีความรู้สึกอีกมากมายที่เด็กยังไม่มีคำพูดมากพอจะอธิบาย
เด็กอาจไม่ได้กำลัง “ดื้อ”
เขาอาจกำลังสื่อสารในแบบที่เขาทำได้
และคนที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ภาษานั้น
ก็คือคนที่อยู่ข้างเขา
หม่ามี้เองก็ยังเรียนรู้อยู่เหมือนกัน
บางวันเห็นลูกเริ่มขยี้ตาก็พอจะเดาได้แล้วว่าง่วง
บางวันกว่าจะรู้ว่าลูกเหนื่อย
ก็ร้องไปพักใหญ่แล้ว
บางวันอุ้มแป๊บเดียวก็สงบ
บางวันต้องกอดกันอยู่นาน ๆ
บางวันหม่ามี้คิดว่ารู้จักลูกดีแล้ว
วันต่อมาก็มีอะไรใหม่ ๆ ให้เรียนรู้อีก
ตอนแรกหม่ามี้อาจเคยคิดว่า ถ้าเราดูแลลูกเหมือนเดิม
ลูกก็น่าจะเป็นเหมือนเดิม
แต่การมีลูกทำให้รู้ว่า ชีวิตจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
เมื่อวานนอนดี
ไม่ได้แปลว่าวันนี้ต้องนอนดี
เมื่อวานกินดี
ไม่ได้แปลว่าวันนี้ต้องกินดี
เมื่อวานอารมณ์ดี
ไม่ได้แปลว่าวันนี้ต้องอารมณ์ดี
และวันที่ลูกงอแงมากหนึ่งวัน
ก็ไม่ได้แปลว่าเราค้นพบแล้วว่า
“ลูกเป็นเด็กงอแง”
หม่ามี้เลยพยายามไม่รีบติดป้ายให้ลูก
ไม่รีบเรียกลูกว่าเด็กขี้งอแง
ไม่รีบสรุปว่าลูกเป็นเด็กนอนยาก
ไม่รีบคิดว่าลูกติดอุ้ม
และไม่รีบเอาพฤติกรรมหนึ่งในวันนี้
ไปทำนายว่าลูกจะเป็นแบบนั้นไปตลอด
เพราะเด็กคนหนึ่งกำลังเติบโตอยู่ตลอดเวลา
วันนี้เขายังทำไม่ได้
พรุ่งนี้เขาอาจทำได้
วันนี้เขารับมือกับความรู้สึกไม่ได้
วันหนึ่งเขาจะค่อย ๆ เรียนรู้
วันนี้เขายังต้องการให้เราช่วยสงบลง
วันหนึ่งเขาจะค่อย ๆ ทำสิ่งนั้นด้วยตัวเองได้มากขึ้น
การเติบโตของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นเป็นเส้นตรง
และอารมณ์ของเด็กก็ไม่ได้มีกราฟที่ขึ้นอย่างเดียว
มีวันที่ดี
มีวันที่ยาก
มีวันที่เรารู้สึกว่าเข้าใจลูกมากขึ้น
และมีวันที่เราต้องกลับมาเริ่มเรียนรู้กันใหม่อีกครั้ง
แปลกดีเหมือนกันนะ
ยิ่งเลี้ยงลูกนานขึ้น
หม่ามี้ยิ่งรู้สึกว่า เราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
บางครั้งลูกไม่ได้ต้องการคำตอบที่ดีที่สุด
เขาอาจต้องการแค่คนที่ยังอยู่ตรงนั้น
อุ้มเขา
กอดเขา
พูดกับเขาเบา ๆ
รอเขา
และช่วยเขาผ่านช่วงเวลาที่ความรู้สึกของเขาใหญ่เกินกว่าที่ตัวเล็ก ๆ จะจัดการเองได้
สำหรับเด็กเล็ก การมีผู้ดูแลที่ตอบสนองต่อความต้องการอย่างอบอุ่นและสม่ำเสมอ เป็นส่วนสำคัญของการสร้างความรู้สึกปลอดภัย และช่วยวางรากฐานให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้การกำกับอารมณ์ของตัวเองเมื่อโตขึ้น
ลูกยังไม่จำเป็นต้องสงบตัวเองได้ทุกครั้ง
เขายังไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไร
และเขาไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กอารมณ์ดีเพื่อให้เรารู้ว่าเรากำลังเลี้ยงเขามาถูกทาง
บางครั้งหน้าที่ของเราอาจไม่ใช่การทำให้ลูกหยุดร้องไห้ให้เร็วที่สุด
แต่อาจเป็นการอยู่กับเขาในขณะที่เขากำลังร้องไห้
จนกว่าความรู้สึกนั้นจะค่อย ๆ เบาลง
หม่ามี้คิดว่ามันเหมือนกับตัวเราเองเลย
เราก็ไม่ได้เป็นคนเดิมที่มีอารมณ์เหมือนกันทุกวัน
เรามีวันที่ใจเย็น
มีวันที่เหนื่อย
มีวันที่มีพลังเต็มที่
มีวันที่อยากคุยกับทุกคน
และมีวันที่อยากอยู่เงียบ ๆ
มีวันที่เรารับมือกับทุกอย่างได้ดีมาก
และมีวันที่แค่พาตัวเองไปจนถึงตอนนอนก็รู้สึกว่าเก่งมากแล้ว
ถ้าเราเองยังไม่อยากถูกตัดสินจากวันที่เราเหนื่อยที่สุด
ลูกก็คงไม่ควรถูกตัดสินจากวันที่เขาร้องไห้มากที่สุดเหมือนกัน
วันนี้ถ้าลูกงอแงมาก
ก็ให้วันนี้เป็นแค่วันที่ลูกงอแงมาก
ไม่ต้องกลายเป็นคำว่า
“ลูกเป็นเด็กงอแง”
วันนี้ถ้าลูกนอนไม่ดี
ก็ให้วันนี้เป็นแค่คืนที่นอนยาก
ไม่ต้องกลายเป็นคำว่า
“ลูกเป็นเด็กนอนยาก”
วันนี้ถ้าลูกอยากให้อุ้มทั้งวัน
ก็ให้นั่นเป็นแค่วันที่ลูกต้องการความใกล้ชิดมากเป็นพิเศษ
ไม่ต้องกลายเป็นคำว่า
“เราอุ้มลูกจนลูกติด”
และถ้าวันไหนหม่ามี้เหนื่อยมาก
จนรู้สึกว่าตัวเองรับมือได้ไม่ดีเท่าที่อยากทำ
ก็ให้วันนั้นเป็นแค่วันที่หม่ามี้เหนื่อย
ไม่ต้องกลายเป็นคำว่า
“หม่ามี้เป็นแม่ที่ไม่ดี”
เพราะทั้งลูกและหม่ามี้
ต่างก็เป็นคนธรรมดาสองคน
ที่กำลังเรียนรู้กันไปทีละวัน
หม่ามี้ไม่รู้หรอกว่า ฟีบัสจะโตขึ้นมาเป็นเด็กแบบไหน
แต่หม่ามี้รู้ว่า วันนี้ฟีบัสยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้โลกใบนี้
เขายังมีเวลาอีกมากที่จะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า
ความโกรธคืออะไร
ความเห นื่อยคืออะไร
ความผิดหวังคืออะไร
ความเสียใจคืออะไร
และจะอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร
วันนี้เขาอาจต้องยืมความสงบจากอ้อมกอดของเรา
วันหนึ่งเขาจะค่อย ๆ สร้างความสงบนั้นขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
เพราะฉะนั้น ถ้าวันไหนลูกมีวันที่ยาก
หม่ามี้คงไม่อยากรีบแก้ลูก
ไม่อยากรีบเปลี่ยนเขา
ไม่อยากรีบตัดสินเขา
แต่อยากหยุดดูสักนิดว่า
วันนี้ลูกกำลังพยายามบอกอะไรเราอยู่
บางทีคำตอบอาจไม่ได้ซับซ้อนเลย
ลูกอาจแค่ง่วง
ลูกอาจแค่เหนื่อย
ลูกอาจแค่อยากกอด
หรือบางทีลูกอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไร
และไม่เป็นไรเลย
หม่ามี้เองก็ไม่ได้รู้ทุกครั้งเหมือนกัน
เราเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันก็ได้
บางวันฟีบัสทำให้บ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
บางวันบ้านเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้
แต่ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นแบบไหน
ฟีบัสก็ยังเป็นฟีบัส
และหม่ามี้ก็ยังเป็นหม่ามี้ของเขาเหมือนเดิม
นี่อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่หม่ามี้อยากให้ลูกได้รับจากบ้านของเรา
ไม่ใช่ความคาดหวังว่าลูกจะต้องอารมณ์ดีตลอดเวลา
ไม่ใช่ความรู้สึกว่าตัวเองต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตลอดเวลา
แต่อยากให้ลูกค่อย ๆ รู้ว่า
วันที่ตัวเองมีความสุข
เราจะอยู่หัวเราะไปด้วยกัน
วันที่ตัวเองเหนื่อย
เราจะอยู่ข้าง ๆ
วันที่ตัวเองร้องไห้
เราจ ะกอด
และวันที่ตัวเองยังบอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เราจะไม่รีบตัดสินว่าเขาเป็นอะไร
เราจะค่อย ๆ ดู
ค่อย ๆ ฟัง
ค่อย ๆ เรียนรู้
แล้วค่อย ๆ ผ่านวันนั้นไปด้วยกัน
เพราะการเลี้ยงลูกอาจไม่ได้หมายถึงการทำให้ลูกไม่มีวันที่ยาก
แต่อาจหมายถึงการทำให้ลูกมั่นใจว่า
ต่อให้วันนี้เป็นวันที่ยากแค่ไหน
เขาก็ยังมีที่ให้กลับมา
มีอ้อมกอดให้ซบ
มีเสียงที่พูดกับเขาอย่างอ่อนโยน
และมีคนที่ไม่ได้รักเขาเฉพาะในวันที่เขาน่ารัก
หม่ามี้ไม่รู้ว่าลูกจะจำอะไรได้บ้างเมื่อโตขึ้น
อาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยมีคืนไหนที่ร้องไห้หนักมาก
หรือมีวันไหนที่ต้องให้อุ้มอยู ่นาน ๆ
แต่หม่ามี้หวังว่า สิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในความรู้สึกของลูกไปจนโต
จะเป็นความรู้สึกว่า
“ไม่ว่าฉันจะรู้สึกอะไร
ฉันก็ยังเป็นที่รัก”
และถ้าวันหนึ่งฟีบัสโตขึ้น
แล้วมีวันที่ตัวเองเหนื่อย
มีวันที่ผิดหวัง
มีวันที่จัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้
หม่ามี้ก็หวังว่า ลูกจะไม่รีบเกลียดตัวเองในวันนั้น
เพราะลูกเคยมีบ้านที่สอนให้รู้ว่า
วันที่ยาก
ก็เป็นเพียงวันที่ยาก
ไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของเรา
เหมือนที่หม่ามี้กำลังเรียนรู้กับลูกในวันนี้
ฟีบัสไม่ได้มีแค่วันที่น่ารักที่สุด
หม่ามี้เองก็ไม่ได้มีแค่วันที่เก่งที่สุด
เราทั้งคู่คงมีวันที่ทำได้ดี
มีวันที่ทำได้ไม่ดี
มีวันที่หัวเราะ
มีวันที่ร้องไห้
มีวันที่เข้าใจกันง่าย ๆ
และมีวันที่ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานหน่อย
แต่ไม่เป็นไรเลย
เพราะเราไม่ได้กำลังพยายามสร้างชีวิตที่ไม่มีวันที่ยาก
เรากำลังสร้างบ้านที่ในวันที่ยาก
ยังมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ
และสำหรับหม่ามี้
บางทีแค่นี้ก็มากพอแล้ว
ไม่ต้องเป็นลูกที่อารมณ์ดีทุกวัน
ไม่ต้องเป็นเด็กที่นอนง่ายทุกคืน
ไม่ต้องทำทุกอย่างได้ถูกต้อง
ไม่ต้องเก่งตลอดเวลา
เป็นฟีบัสในแบบที่ลูกเป็นก็พอ
วันที่ลูกหัวเราะ
หม่ามี้จะหัวเราะไปด้วย
วันที่ลูกร้อง
หม่ามี้จะค่อย ๆ กอด
วันที่ลูกยังไม่รู้จะบอกอะไร
หม่ ามี้จะพยายามฟังจากสิ่งที่ลูกกำลังสื่อออกมา
และวันที่ลูกมีวันที่ยาก
หม่ามี้จะพยายามจำไว้ว่า
นี่เป็นเพียงวันที่ยากของลูก
ไม่ใช่คำตอบว่าลูกเป็นเด็กแบบไหน
เหมือนวันที่หม่ามี้เหนื่อย
ก็ไม่ได้แปลว่าหม่ามี้เป็นแม่ที่ไม่ดี
เราแค่กำลังมีวันที่ไม่ง่าย
แล้ววันพรุ่งนี้
เราก็ค่อยเริ่มกันใหม่
ด้วยกันนะลูก
เพราะสุดท้ายแล้ว หม่ามี้ไม่ได้อยากให้ฟีบัสโตขึ้นมาแล้วจำได้ว่าตัวเองเคยร้องไห้มากแค่ไหน
หม่ามี้อยากให้ลูกจำได้จากความรู้สึกว่า
ในวันที่ลูกยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไร
ลูกเคยมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
ไม่รีบตัดส ิน
ไม่รีบติดป้าย
ไม่รีบเปลี่ยนลูกให้เป็นอย่างที่ใครอยากให้เป็น
แค่อยู่ตรงนั้น
กอดลูกไว้
และรักลูกเหมือนเดิม
แม้ในวันที่ลูกเอง
ยังไม่รู้เลยว่า
กำลังรู้สึกอะไรอยู่ก็ตาม 🤍
#อย่ารีบตัดสินลูก #เข้าใจลูก #เข้าใจเด็ก #เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ #เลี้ยงลูกเชิงบวก #พัฒนาการเด็ก #พัฒนาการทารก #จิตวิทยาเด็ก #อารมณ์เด็ก #พฤติกรรมเด็ก #เด็กเล็ก #เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ #ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก #พ่อแม่มือใหม่ #แม่มือใหม่ #บ้านที่ปลอดภัยทางใจ #พื้นที่ปลอดภัยของลูก #บันทึกของ หม่ามี้ #ไดอารี่แม่ #เรื่องเล่าจากแม่ #ฟีบัส #phb #phbus #phbusfamily






























































































