สะโพกไก่ต้มกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว สำหรับใครที่ไม่สำดวกทำเองมีผงน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวติดบ้านไว้คือสะดวกมากๆ
📍ผงปรุงรสไก่, ผงน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว @openlandseasoning
ถ้าใครอยากทำ “สะโพกไก่ต้มกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว” ให้ได้ฟีลร้านข้าวมันไก่ แต่ยังคงความง่ายแบบทำที่บ้าน เรามีทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ไก่นุ่ม หอม และน้ำจิ้มอร่อยแบบไม่ต้องตำเองเยอะ (โดยเฉพาะวันที่ขี้เกียจ) 1) ต้มสะโพกไก่ให้นุ่ม ไม่คาว - เลือกสะโพกไก่ติดหนังจะนุ่มและฉ่ำกว่า ล้างแล้วซับให้แห้ง - ตั้งน้ำให้เดือดก่อนค่อยใส่ไก่ จะช่วยลดกลิ่นคาวและทำให้เนื้อไม่เละ - ใส่เกลือนิดเดียวหรือ “ผงปรุงรสไก่” เล็กน้อยในน้ำต้ม จะช่วยให้เนื้อไก่มีรสในตัว - ต้มไฟกลางจนสุก แล้วปิดไฟแช่ไก่ในหม้ออีก 5–10 นาที เนื้อจะนุ่มขึ้น (เหมือนการพักเนื้อ) 2) ผักเคียงให้กรอบหวาน กินแล้วสดชื่น เมนูนี้เข้ากันมากกับผักต้ม/ลวก เช่น กะหล่ำปลี แครอท หัวไชเท้า และต้นหอม - ลวกผักแค่พอสุกแล้วช็อกน้ำเย็นทันที จะช่วยให้สีสวยและยังกรอบ - หัวไชเท้าต้มในน้ำซุปไก่จะหวานขึ้นมาก เอามาราดน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวคือดี 3) ชง “ผงน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว” ให้อร่อยขึ้น (ไม่จืด ไม่เค็มโดด) ข้อดีของผงน้ำจิ้มคือสะดวกจริง แต่อยากให้รสพอดี แนะนำลองปรับตามนี้ - เริ่มจากชงแบบ “น้ำน้อยก่อน” ให้ข้นๆ แล้วค่อยเติมน้ำทีละนิด จะคุมรสง่ายกว่า - ถ้าชอบหอมๆ เติมขิงสับ/ขิงบดนิดเดียว (ถ้ามี) หรือใส่ต้นหอมซอยเพิ่ม - ชอบเปรี้ยวคม เติมมะนาวตอนท้าย (อย่าใส่ตอนน้ำยังร้อนมาก กลิ่นจะหาย) - ถ้าชอบเผ็ด เติมพริกป่น/พริกสดสับเล็กน้อย ช่วยให้รสตัดเลี่ยนหนังไก่ 4) จัดจานให้กินเพลิน หั่นสะโพกไก่เป็นชิ้นพอดีคำ วางคู่ผักต้ม แล้วเสิร์ฟน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวแยกถ้วย จะจิ้มง่ายและคุมความเค็มได้เอง ใครกินคลีนหน่อยก็เน้นผักเพิ่มได้เลย 5) เก็บของให้พร้อมทำได้บ่อย เราชอบมีผงน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวติดบ้าน เพราะวันที่รีบๆ แค่มีไก่กับผักในตู้เย็นก็จบเป็นมื้อได้ทันที เหมาะทั้งมื้อเย็นง่ายๆ หรือทำกล่องข้าวไปทำงาน ลองทำตามนี้แล้วรสจะกลมกล่อมขึ้นมาก ไก่นุ่ม ผักหวาน น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเข้มข้นแบบกำลังดี















































