83% คนไทยเป็นคนเหงา: บทเรียนความรักวัยทำงานของ ‘เหม๋ยลี่
🥲☔️จากเด็ก ผู้หญิง/ผู้ชาย ตัวเล็กๆในวันนั้นกลายมาเป็น “เหม๋ยลี่” ในวันนี้ 🚝
🧸เรียนรู้ชีวิต ความรัก และความสัมพันธ์ก่อนก้าวสู่วัยอายุ 30 กับ เพจ ฉันชื่อออม
🎈ใครๆ ก็พูดกันว่า ชีวิตวัยทำงานหาแฟนยากกว่าตอนเรียน ซึ่งก็เป็นความจริงที่คนโสดส่วนใหญ่ต้องเผชิญ เพราะเมื่อเข้าสู่โลกของการทำงาน เวลาและโอกาสในการพบเจอผู้คนใหม่ๆ ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ได้ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันเหงาอะ….ฉันกินข้าวคนเดียวมาเกือบ 2 เดือนแล้วนะเว้ย“
เชื่อว่าสมัยที่เราเป็นเด็กอะไรมันจะเหงาขนาดนั้นค่ะ เหม๋ยลี่ กับการแค่ไม่มีแฟนเนี้ย‼️
แต่ทุกคนรู้ไหมว่าจาก “ผลสำรวจฯ พบว่า คนไทยมีความเหงาสูงถึง 83% โดยแยกเป็นเหงามาก 18% และเหงาปานกลาง 65% สาเหตุจากการขาดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงทั้งทางจิตใจและสังคม“ อ้างอิง: Hfocus https://www.hfocus.org/content/2025/10/35530
ทำไมวัยทำงานถึงหาแฟนยาก❓
เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้การตามหาความรักในวัยนี้เป็นเรื่องท้าทาย มีดังนี้:
• ตารางชีวิตที่แน่นเอี๊ยด: เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานตั้งแต่เช้าถึงเย็น (หรือดึก) ทำให้เหลือเวลาส่วนตัวน้อยนิดจนแทบไม่มีพลังงานไปทำกิจกรรมทางสังคมหรือออกเดท
• วงสังคมที่แคบลง: เมื่อเรียนจบ วงจรชีวิตก็มักจะจำกัดอยู่แค่ที่ทำงานและบ้าน โอกาสที่จะได้รู้จักคนนอกแวดวงเดิมๆ จึงลดลงมาก
• ความเหนื่อยล้าสะสม: หลังเลิกงาน หลายคนก็รู้สึกหมดแรง อยากพักผ่อน ไม่อยากออกไปไหน ทำให้พลาดโอกาสในการเจอผู้คนใหม่ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
• ความคาดหวังที่สูงขึ้น: ในวัยนี้ เรามีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และมีประสบการณ์ชีวิตมาบ้าง ทำให้การเลือกคู่ครองมีความจริงจังและอาจมีเกณฑ์การคัดเลือกที่ละเอียดกว่าสมัยเรียน ทั้งหน้าที่การงาน หรือ อะไรหลายๆอย่าง (แต่ถ้าจะจะรักกันจริงๆเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถที่จะมองข้ามไปได้)
แล้วจะไปหาแฟนจากที่ไหนดี?
แม้จะดูยาก แต่ก็ยังมีช่องทางและวิธีที่จะช่วยให้คุณขยายโอกาสในการเจอคนที่ใช่ได้:
1. ใ ช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นประโยชน์
• แอปพลิเคชันหาคู่ (Dating Apps): เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมที่สุดในยุคนี้ เพราะสามารถกรองและเลือกคนที่สนใจในสเปคที่ใกล้เคียงกับคุณได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ควรสร้าง โปรไฟล์ที่น่าสนใจและเป็นตัวคุณจริงๆ
2. ใช้ "งานอดิเรก" เป็นสะพานเชื่อม
• กิจกรรมและเวิร์กชอป: ลงทะเบียนเรียนคอร์สสั้นๆ หรือเข้าร่วมเวิร์กชอปที่คุณสนใจจริงๆ เช่น คลาสทำอาหาร โยคะ เรียนภาษา หรือไปเทศกาลดนตรี การได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้เกิดบทสนทนาและได้เห็นตัวตนของอีกฝ่ายในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ
• ออกกำลังกาย: ไปฟิตเนส, เข้ากลุ่มวิ่ง, ปั่นจักรยาน เพราะคุณจะได้เจอคนที่ใส่ใจสุขภาพและมีไลฟ์สไตล์แอคทีฟใกล้เคียงกัน
3. ขยายวงสังคมเดิม
• เพื่อนของเพื่อน: นี่คือช่องทางคลาสสิกที่มักจะได้ผลดี ลองบอกเพื่อนสนิทว่าคุณกำลังมองหาใครสักคน เพื่อให้พวกเขาช่วยแนะนำคนรู้จักที่น่าสนใจให้ การเริ่มต้นจากคนรู้จักของเพื่อนมักจะมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
• เปิดใจกับเพื่อนร่วมงาน (อย่างระมัดระวัง): แม้หลายคนจะไม่แนะนำ แต่ก็มีหลายคู่ที่พบรักกันในที่ทำงาน หากคุณตัดสินใจจะลอง ก็ต้องแน่ใจว่าได้พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียและความผิดหวังหากความสัมพันธ์ต้องจบลงว่า คุณทั้งคู่สามารถทำงานหรือเจอหน้ากันอีกได้หรือไม่
ที่สำคัญที่สุดคือ การเปิดใจ และ การจัดการเวลา คุณอาจต้องจัดสรรเวลา 1-2 วันต่อสัปดาห์เพื่อทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง และไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป ให้การหาคู่เป็นการเรียนรู้และทำความรู้จักคนใหม่ๆ อย่างสนุกสนานก็พอค่ะ








