Bell s palsy การอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7

ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 มันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน บางทีอาจจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือจากเนื้องอก หรือจากสาเหตุอื่น ๆ

สิ่งที่เรารู้แน่ก็คือ มีการอักเสบของตัวเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 และมีการบวมของเส้นประสาท สมมุติฐานที่เป็นที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบันคือ คิดว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส จากการศึกษาก็มีไวรัสหลายตัว เช่น ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคเริม ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส แล้วก็มีไวรัสตัวอื่น ๆ อีก

ในกรณีที่เป็นการติดเชื้อไวรัส ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าใน 100 คนมีการติดเชื้อไวรัสสรุปทั้งหมดกี่คน ถ้าเราคิดว่าเกิดจากเชื้อไวรัส ยกตัวอย่างเช่น ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ตัวนี้หลังจากการติดเชื้อครั้งแรก มันก็จะเข้าไปซ่อนที่ปมประสาท ซึ่งเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 มันก็มีปมประสาทอยู่ด้วยเหมือนกัน มันก็ไปซ่อนอยู่ แล้ววันดีคืนร้ายถ้าเกิดร่างกายเราอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลง มันก็ออกมาแผลงฤทธิ์ได้

โรคนี้เป็นกันเยอะ ตามข้อมูลที่เราทราบกันก็คือ ประมาณ 1 ใน 5,000 คนต่อปี ส่วนการป้องกัน ถ้าเราเชื่อว่าไวรัสมันจะออกมาตอนที่ร่างกายอ่อนแอ ถ้าเราเชื่อตามนั้น เราก็ต้องสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรง

Cr.ข้อมูล RAMA MAHIDOL

#ปวดคอบ่าไหล่ #ปลายประสาทอักเสบ #เพียงฟื้นฟูปลายประสาท #ภูมิคุ้มกัน

@เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

@เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

@เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

2025/11/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมBell's palsy คือภาวะที่เกิดจากการอักเสบและบวมของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ซึ่งควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า ตำแหน่งอักเสบนี้มีผลกระทบให้กล้ามเนื้อใบหน้าเกิดอ่อนแรงหรือไม่สามารถขยับได้ตามปกติ ส่งผลให้ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก รวมถึงอาการเสริมเช่น มุมปากตก การรับรสลดลงในฝั่งเดียวกับใบหน้าอ่อนแรง การหลับตาไม่สนิทจนทำให้ตาแห้ง และอาจมีน้ำตาไหล รวมถึงได้ยินเสียงผิดปกติจากหูข้างที่เป็น สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจุบันเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริมและอีสุกอีใสซึ่งสามารถซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทได้ เมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ไวรัสอาจ re-activate ทำให้เส้นประสาทถูกอักเสบและบวมน้ำจนประสบปัญหาในการส่งสัญญาณประสาท ในทางคลินิก Bell's palsy พบได้ประมาณ 1 ใน 5,000 คนต่อปีโดยไม่ได้เลือกเพศหรือวัย ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคนี้ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่สงสัยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว เพราะการรักษาอย่างทันท่วงทีสามารถลดความรุนแรงของอาการและช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าได้ดีขึ้น ในกรณีที่มีอาการน้ำลายไหล มุมปากตก หรือใบหน้าเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินและแนะนำวิธีการฟื้นฟูปลายประสาท นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว การฟื้นฟูด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น กายภาพบำบัด หรือการกระตุ้นประสาทสามารถช่วยคืนความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ล้วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงการเกิด Bell's palsy อย่างมีนัยสำคัญ

ค้นหา ·
bell'spalsyแก้ยังไง