Kick Off รณรงค์เคาะประตูบ้าน-ไม่จุดไฟเผาป่า

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) Kick Off ผนึกกำลังหัวหน้าป่าอนุรักษ์เพชรบูรณ์ - พิษณุโลก ลงพื้นที่รณรงค์ ไม่จุดไฟเผาป่า แบบเคาะประตูบ้าน

เมื่อ​วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. นายปราปต์ เหมะสุทธินันท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ได้นำคณะ "Kick Off" แผนการรณรงค์เชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

โดยได้ผนึกกำลังหัวหน้าป่าอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลก ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ณ บ้านเข็กกลาง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์

​การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์และประชาสัมพันธ์แบบ "เคาะประตูบ้าน" โดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักถึงพิษภัยที่เกิดจากการเผาป่า พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้งดการเผา โดยเด็ดขาด

และเชิญชวนให้มีส่วนร่วมในการช่วยหน่วยงานภาครัฐเป็นหูเป็นตา ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน นอกจากนี้ ยังได้ย้ำถึงอันตรายของมลพิษทางอากาศที่เกิดจากควันไฟป่า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

​การรณรงค์ในรูปแบบ "เคาะประตูบ้าน" นี้ สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่า

ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวัง เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และสร้างอากาศสะอาดบริสุทธิ์ เพื่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนทุกคน

ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

#ไฟป่า #กรมอุทยานแห่งชาติ #เพชรบูรณ์ #พิษณุโลก

2025/11/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการรณรงค์แบบ "เคาะประตูบ้าน" ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเชื่อมต่อกับชุมชนโดยตรง เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความตระหนักและเข้าใจถึงอันตรายจากการเผาป่าและผลกระทบของหมอกควันที่เกิดตามมา มลพิษทางอากาศจากไฟป่าไม่เพียงแต่ทำลายระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ การมีส่วนร่วมของชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์จึงเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาไฟป่า เพราะประชาชนเหล่านี้สามารถเป็นหูเป็นตารายงานเหตุการณ์และป้องกันไฟป่าตั้งแต่เนิ่นๆ การสร้างความรู้ผ่านการพบปะพูดคุยเชิงรุกจึงช่วยให้เห็นภาพความเสียหายและความจำเป็นในการงดเผาป่าอย่างจริงจัง นอกจากนี้ การรณรงค์ยังเน้นย้ำให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของการรักษาป่าอนุรักษ์เพื่อประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในระยะยาว การมีอากาศที่บริสุทธิ์และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน การรวมพลังระหว่างหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลก แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาไฟป่าไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังและป้องกันในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายการรักษาทรัพยากรป่าและลดผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควันให้ได้มากที่สุด