🌳 "กระบาก" ยักษ์ใหญ่แห่งพงไพร ตำนาน 700 ปี ที่ตากสินมหาราช

หากพูดถึงต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และยืนยง หลายคนคงนึกถึง "ต้นกระบากใหญ่" แห่งอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จ.ตาก ที่มีความโดดเด่นจนกลายเป็นภาพจำระดับประเทศ! วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับพรรณไม้ชนิดนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ

“กระบาก” ไม้ต้น สูงได้ถึง 50 ม. กิ่งอ่อนมีเกล็ดรังแคหนาแน่น หูใบยาวได้ถึง 1 ซม. ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 5–18 ซม. แผ่นใบด้านล่างมีขนรูปดาวสีเขียวเทาหนาแน่นหรือประปราย เส้นแขนงใบข้างละ 12–25 เส้น ก้านใบส่วนมากยาว 1–2.5 ซม. ช่อดอกยาวได้ถึง 20 ซม. แต่ละช่อย่อยมีประมาณ 5 ดอก

กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 3 มม. ด้านนอกมีขน กลีบดอกรูปขอบขนาน ยาว 0.7–1 ซม. เกสรเพศผู้มี 25–40 อัน อับเรณูยาวประมาณ 1 มม. รยางค์ยาว 2–4 เท่าของอับเรณู ฐานก้านเกสรเพศเมียรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 3 มม. มีขนรูปดาวสั้น ก้านเกสรเพศเมียแยก 3 แฉก หลอดกลีบเลี้ยงมีขน ปีกยาว ยาว 10–15 ซม. ปีกสั้น ยาว 1–2.5 ซม. ผลเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. มีขนสั้นนุ่ม

พบที่พม่า ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู บอร์เนียว สุมาตรา ชวา และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ขึ้นหนาแน่นบางพื้นที่ ความสูงถึงประมาณ 700 เมตร มีความผันแปรสูงโดยเฉพาะสิ่งปกคลุม

กระบากใหญ่ คือ ภาพจำของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (ชื่อเดิม อุทยานแห่งชาติต้นกระบากใหญ่) เนื่องจากมีต้นกระบากใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ มีอายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี ขนาด 12 คนโอบ ความโตของลำต้นวัดโดยรอบได้กว่า 16 เมตร และมีความสูงกว่า 50 เมตร

💚📗 "โลกแห่งการเรียนรู้ สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ" ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 📚

ที่มา : หนังสือ สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) เลขเรียกหนังสือ อ 17 ร62ส/ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช

#ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ #อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช #กระบาก #ต้นกระบากที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย #กรมอุทยานแห่งชาติ

4/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชคำว่า “ต้นกระบาก”, “กระบาก” หรือ “ต้นกระบากใหญ่” แล้วกำลังลังเลว่าไปดูที่ไหนถึงจะเห็นแบบ “ของจริงระดับตำนาน” ขอแนะนำให้ปักหมุดไว้ที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จ.ตาก เลยค่ะ จุดไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจไปคือ “ต้นกระบากที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ซึ่งมีป้ายข้อมูลบอกชัดเจน ทั้งความสูงประมาณ 50 เมตร และเส้นรอบวงลำต้นราว 16 เมตร บอกตรง ๆ ว่าพอไปยืนเทียบแล้วรู้สึกตัวเล็กมาก (เห็นรากค้ำยันชัด ๆ แบบในรูปเลย) ก่อนเดินไปดูต้นกระบากใหญ่ แนะนำให้เตรียมตัวเหมือนไปเดินป่าเบา ๆ นะคะ เพราะทางเดินมักเป็นป่าร่มชื้น มีมอสขึ้นตามโคนต้นและพื้นดินบางช่วง อาจลื่นได้ โดยเฉพาะหลังฝนตก รองเท้าผ้าใบพื้นยึดเกาะดี ๆ จะช่วยมาก พกน้ำดื่มติดตัว และทากันยุงไว้ก่อนเข้าแนวป่าจะเดินสบายขึ้น สิ่งที่ฉันชอบมากคือ “บรรยากาศรอบโคนต้น” โคนต้นกระบากจะดูขลังและมีรายละเอียดให้สังเกตเยอะ ทั้งลำต้นขนาดมหึมา ผิวเปลือกที่มีมอสเขียว ๆ เกาะ และรากค้ำยันที่แผ่ออกเหมือนกำแพงธรรมชาติ เวลาเงยหน้ามองจากมุมต่ำจะเห็นต้นไม้สูงเสียดฟ้า แสงแดดลอดยอดไม้ลงมาเป็นลำ ๆ ถ่ายรูปสวยมาก แนะนำให้ถ่าย 2 แบบ: 1) ถ่ายมุมกว้างเก็บทั้งลำต้นกับรากค้ำยัน 2) ถ่ายแบบมีคนยืนเทียบเพื่อให้เห็นสเกลความใหญ่จริง สำหรับคนที่อยาก “ดูให้คุ้ม” ลองสังเกตลักษณะของกระบากเพิ่มเติมระหว่างเดิน เช่น ใบที่ออกเป็นรูปรีค่อนข้างยาว และบรรยากาศป่าดิบชื้น/ป่าดิบแล้งที่เป็นถิ่นขึ้นของกระบากในไทย หลายจุดจะเห็นความชุ่มชื้นของพื้นที่ชัดเจน ทำให้เข้าใจว่าทำไมต้นไม้ยักษ์ถึงเติบโตได้ดีในโซนนี้ ข้อเล็ก ๆ ที่อยากฝากไว้คือช่วยกันเที่ยวแบบไม่รบกวนธรรมชาติค่ะ อย่าเหยียบขึ้นรากค้ำยันหรือขูดมอสที่โคนต้น เพราะตรงนั้นเป็นเหมือน “ผิวหนัง” ของระบบนิเวศย่อย ๆ ของป่า และพยายามไม่ทิ้งเศษอาหารไว้แถวนั้นด้วย ถ้าคุณกำลังหาที่เที่ยวเชิงธรรมชาติในตาก และอยากได้ภาพจำแบบ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” การไปเจอต้นกระบากใหญ่ที่อายุเล่ากันว่าแตะระดับ 700 ปี คือประสบการณ์ที่ทั้งตื่นตาและทำให้รู้สึกอยากอนุรักษ์ป่ามากขึ้นจริง ๆ ค่ะ

ค้นหา ·
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช