“นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% หากเกษตรกรมีกำไร รัฐไม่ต้องรับภาระชดเชย แต่หากกำไรไม่ถึงเป้ารัฐจะสนับสนุน พร้อมเดินหน้าเจรจาระหว่างประเทศเพื่อเปิดช่องทางตลาดและเพิ่มโอกาสการจำหน่ายสินค้า”
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
พรรคเพื่อไทย
7 ม.ค. 69
| รายการเกาะติดเลือกตั้ง 69 และการออกเสียงประชามติ 7 ม.ค. 69 |
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมในไทย การมีนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เช่นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของเกษตรกรได้อย่างมาก เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาสินค้าเกษตรมีความผันผวนสูงมาก ส่งผลให้เกษตรกรมักเผชิญกับกำไรที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ นโยบายนี้ถ้าดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เกษตรกร สามารถวางแผนการผลิต และการลงทุนในระยะยาวได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะขาดทุนหนักจนถึงขั้นล้มละลาย นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางให้รัฐสนับสนุนเมื่อตลาดมีปัญหาอย่างรุนแรง ช่วยรักษาเสถียรภาพของภาคเกษตรและเศรษฐกิจโดยรวม อีกประเด็นที่น่าสนใจในนโยบายนี้คือการเดินหน้าเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่นอกจากจะช่วยเปิดตลาดส่งออกสินค้าเกษตรแล้ว ยังสร้างโอกาสเพิ่มรายได้และขยายฐานลูกค้า ทำให้เกษตรกรไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น ช่วยลดการพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียวซึ่งมีความเสี่ยงสูง จากที่เคยติดตามสถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตร พบว่าการเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ รวมถึงการสนับสนุนจากรัฐและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างจริงจัง จะช่วยให้สินค้าเกษตรไทยมีความน่าสนใจและเจาะกลุ่มลูกค้าต่างประเทศได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ยังต้องการความร่วมมือระหว่างเกษตรกรและภาครัฐในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและมาตรฐานให้ได้ตามความต้องการของตลาดโลกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย NBT2HD และเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ ที่รายงานความเคลื่อนไหวและวิเคราะห์แนวนโยบายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลครบถ้วนเพื่อวางแผนการผลิตและจำหน่ายสินค้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
