กินวิตมินตามเภสัช( ที่ไม่ได้แค่เรื่องผิว )
พอเราได้อยู่กับน้องเภสัชหลายๆคน น้องจะอธิบายเรื่องวิตมินให้ฟัง เข้าใจเรื่องวิตมินมากขึ้น เราจะไม่ได้อยากบำรุงแค่ผิวเท่านั้น แต่อยากบำรุงทุกอย่างเลย เพราะก่อนที่จะมีผิวที่ดี สุขภาพอย่างอื่นเราต้องดีด้วย อาหารการกิน ออกกำลังกาย
การทานวิตามินก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ทานอาหารไม่ได้หลากหลายและก็ไม่ได้ครบในปริมาณที่ร่างกายต้อ งการต่อวัน
จริงๆแล้วการทานวิตามินก็ควรเสริมในส่วนที่เราขาด
ที่เห็นเยอะๆนี่ไม่ใช่ว่าเรากินทุกตัวพร้อมกันหมดเลย
วันนี้คัดมาเลยว่าอันไหนดีเรากินตามที่น้องเภสัชแนะนำและเรากินตามแล้วมันก็ดี
1. Astaxanthin - จากที่ถามเภสัชผู้หญิงรอบๆตัว ทุกคนทานตัวนี้แทบจะทุกคน 🥹
ช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ป้องกันการแก่ก่อนวัย
💆♀️ บำรุงผิวพรรณ
→ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย จุดด่างดำ และช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV
👀 บำรุงสายตา
→ ลดอาการล้าตาและช่วยป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตา
ยงภาวะสมองเสื่อม และช่วยเพิ่มสมาธิ
❤️ ดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
→ ลดการอักเสบและช่วยปรับสมดุลไขมันในเลือด
🏃♀️ ฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย
→ ลดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
🦠 เสริมภูมิคุ้มกัน
→ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
2. Magnesium - ตัวนี้คือ the best ของเราเลย
รู้สึกหลับสนิทมากขึ้น ไม่เป็นตะคริว ไม่ค่อยตื่นกลางดึก
ประโยชน์ของน้องก็คือ
🧠 ช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับดีขึ้น
→ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และนอนหลับลึกขึ้น
❤️ ดูแลหัวใจและความดันโลหิต
→ ช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
💪 ลดอาการตะคริวและปวดกล้ามเนื้อ
→ โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหรือใส่ส้นสูงบ่อยๆ
💆♀️ บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)
→ ลดอาการปวดท้อง บวมน้ำ และอารมณ์แปรปรวน
⚡ เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
→ มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน
🦷 ช่วยเสริมกระดูกและฟันให ้แข็งแรง
→ ทำงานร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดี
3. Evening primrose oil
อีกหนึ่งตัว - ที่เราชอบมากกกกกกก เราทานตัวนี้อาการปวดประจำเดือนหายไปเลย ประจำเดือนมาตรงเป๊ะ รู้สึกว่าผิวเปล่งปลั่งขึ้น น้องเภสัชแนะนำให้ทาน 6 เดือนแล้วค่อยหยุดทานแค่ปรับสมดุลฮอโมน เราทานมาได้ 3 เดือน ประจำเดือนสีสุขภาพดี หายปวดท้องเมนส์ อันนี้เริ่ด! ผู้หญิงต้องทาน
ประโยชน์หลักของ Evening Primrose Oil:
🌼 บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)
→ ลดอาการปวดท้อง คัดหน้าอก และอารมณ์แปรปรวน
💆♀️ ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น
→ ลดสิวฮอร์โมนและผิวแห้ง เพราะมีกรดไขมันจำเป็น GLA (Gamma-Linolenic Acid)
💖 ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง
→ ช่วยให้รอบเดือนปกติขึ้น และดีต่อช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือน
💇♀️ บำรุงเส้นผมและเล็บ
→ ลดผมร่วง ผมแห้ง และช่วยให้เล็บแข็งแ รง
💢 ลดการอักเสบในร่างกาย
→ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการของโรคผิวหนังบางชนิด เช่น ผื่นแพ้ ผิวแห้ง
และก็มีอีกมากมายยยยย เดี๋ยวมาต่อ โพสนี้ขอเป็นสุขภาพก่อนก่อน เดี๋ยวมาเป็นหมู่บ้านวิตมินบำรุงผิวต่อ 😘 #มัดรวมวิตามิน #กินวิตมินตามเภสัช #วิตตามิน #ฮาวทูดูแลผิว
ถ้าคุณกำลังหา “วิตามินสำหรับผู้หญิงอายุ 50” เราว่าจุดสำคัญคือเปลี่ยนโฟกัสจากแค่ผิว ไปเป็นการดูแล “การนอน กระดูก-กล้ามเนื้อ หัวใจ ฮอร์โมน และสายตา” เพราะพออายุขึ้น ระบบร่างกายฟื้นตัวช้าลง แถมบางคนทานอาหารไม่หลากหลายเหมือนเดิม การเสริมวิตามินเลยช่วยอุดช่องโหว่ได้ (แต่ควรเสริมเท่าที่ขาดนะคะ) จากที่เราเริ่มกินตามคำแนะนำเภสัช สิ่งที่ช่วยตัดสินใจง่ายขึ้นคือ “จัดหมวดตามปัญหา” แทนการซื้อเยอะๆพร้อมกัน 1) นอนหลับไม่ลึก/ตื่นกลางดึก/ตะคริวบ่อย ตัวที่เราเทใจให้คือ Magnesium (แมกนีเซียม) เพราะช่วยเรื่องผ่อนคลายและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะวัย 50+ ที่เริ่มมีตะคริวหรือปวดเมื่อยง่ายขึ้น เคล็ดลับส่วนตัวคือเริ่มจากขนาดไม่แรงก่อน แล้วสังเกตอาการถ่ายเหลว (บางรูปแบบทำให้ท้องเสียได้) 2) ผิวแห้ง เหี่ยวล้า และอยากได้ตัวช่วยต้านอนุมูลอิสระ Astaxanthin (แอสตาแซนธิน) เป็นตัวที่หลายคนรอบตัวเรากินต่อเนื่อง จุดที่เราชอบคือมันไม่ได้โฟกัสแค่ผิว แต่โยงไปถึงเรื่องล้าตาและการฟื้นตัวหลังออกกำลังกายด้วย วัย 50+ ที่เริ่มกังวลเรื่องริ้วรอยและความเสื่อมของเซลล์ ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าเก็บไว้ในลิสต์ 3) ฮอร์โมนแปรปรวน/อาการก่อนมีประจำเดือน/สิวฮอร์โมน (หรือช่วงใกล้วัยทอง) Evening Primrose Oil (อีฟนิ่งพริมโรสออยล์) เป็นตัวที่เราเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเรื่องปวดท้องเมนส์และความสม่ำเสมอของรอบเดือน (สำหรับคนที่ยังมีประจำเดือน) จุดที่ควรรู้คือเขามักแนะนำให้กินเป็นคอร์สแล้วพัก เพื่อดูว่าร่างกายบาลานซ์ขึ้นไหม 4) วัย 50+ ควรเช็ก “พื้นฐาน” เพิ่มเติม นอกจาก 3 ตัวที่เราคัดมา ถ้าถามในมุมวิตามินสำหรับผู้หญิงอายุ 50 แบบใช้งานจริง เราแนะนำให้ประเมินเพิ่มอีก 3 เรื่อง: - กระดูกและฟัน: หลายคนต้องดู แคลเซียม + วิตามิน D3 (บางคนเสริม K2 ร่วม) โดยเฉพาะถ้าไม่ค่อยโดนแดด - หัวใจและไขมันในเลือด: น้ำมันปลา (Omega-3) เป็นตัวที่เจอบ่อยมากในหมวดวัย 50+ - พลังงานและระบบประสาท: วิตามินบีรวม (Vitamin B complex) เหมาะกับคนที่เหนื่อยง่ายหรือพักผ่อนไม่พอ ข้อควรระวังเล็กๆที่อยากบอก: ถ้ามีโรคประจำตัว กินยาละลายลิ่มเลือด ยาความดัน ยาเบาหวาน หรือมีนัดผ่าตัด ควรถามเภสัช/แพทย์ก่อนเสมอ และอย่าพึ่งเริ่มหลายตัวพร้อมกัน ให้เริ่มทีละตัว 2–4 สัปดาห์จะรู้ว่าอะไร “ถูกกับเรา” จริงๆค่ะ



วิตามินซีหมอพงศ์ เรากินมาหลายกระปุกแล้ว รู้สึกว่าไม่ป่วยง่าย แล้วผิวก็ใสขึ้นด้วยนี่กินทุกวัน