ปฏิบัติธรรม 3 วัน 2 คืน ที่วัดป่าวชิรบรรพต จ.ชลบุรี 🌿
ช่วงนี้ชีวิตเราค่อนข้างวุ่นวายมาก เหมือนหัวมันทำงานตลอดเวลา ทั้งเรื่องงาน เรื่องอนาคต เรื่องจุกจิกเล็ก ๆ ที่สะสมไปเรื่อย ๆ จนวันนึงรู้สึกว่าอยากหายไปอยู่เงียบ ๆ ซักพัก เลยตัดสินใจลองไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าวชิรบรรพต 3 วัน 2 คืน
~~~ 🚙 เดินทางไป ~~~
เราเริ่มเดินทางจากท่ารถตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ครังสิต นั่งมินิบัสไปชลบุรี ค่ารถ 170 บาท ลงตรงแยกเฉลิมไทย แล้วไปรอรถตู้ของวัดที่วัดนอก ซึ่งทางวัดมีบริการรับ-ส่งวันละ 2 รอบ ไม่มีค่าใช้จ่าย ถ้าใครชอบเดิน สามารถเดินไปได้นะ ไม่ไกล
ระหว่างรอรถ ด้วยความที่ไปถึงก่อนเวลารอบรถนาน ก็เลยเดินหาข้าวกิน แล้วแวะนั่งคาเฟ่รอเวลาแบบคนธรรมดาคนนึง ก่อนจะเริ่มเข้าสู่โหมดสงบจริง ๆ ตอนแรกกะจะนั่งวิน แต่เห็นระยะแล้วคิดว่าเดินได้ สรุปเดินไปเดินมาเกือบสุกกลางแดดชลบุรี 😅
~~~  🙏 🧘🏻 ปฏิบัติธรรม ~~~
พอรถตู้เริ่มพาเข้าไปในวัด ความรู้สึกมันค่อย ๆ เงียบลงเองแบบบอกไม่ถูก บรรยากาศที่วัดร่มรื่นมาก เงียบ สงบ
พอไปถึงก็ตรวจ ATK ลงทะเบียน แล้วเริ่มใช้ชีวิตตามตารางของวัด
ตื่นเช้า ทำวัตร นั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังธรรม ช่วยงานวัด แล้วก็นอนเร็ว เรียบง่ายมาก แต่แปลกที่ใจกลับรู้สึกสบายขึ้นเรื่อย ๆ ที่วัดม ีพร้อมทุกอย่างให้ผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเป็นชุดปฏิบัติธรรมและเครื่องนอน เตรียมไปเพียงใจที่พร้อมจะปฏิบัติธรรม ของใช้ส่วนตัว และค่าซักผ้า (ชุดปฏิบัติธรรมและเครื่องนอน) 100 บาท เท่านั้น
ที่นี่เน้นเรื่อง “ศีล สมาธิ ปัญญา”
พระอาจารย์จะมีช่วงที่พาพิจารณาสัจธรรมของชีวิต ว่าสุดท้ายแล้วคนเราหนีความแก่ เจ็บ ตายไม่พ้น ต่อให้มีเงิน มีงาน มีชื่อเสียง หรือมีของมากแค่ไหน สุดท้ายก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่อยู่กับเราจริง ๆ มีแค่การกระทำและศีลที่เราทำไว้ตอนยังมีชีวิตอยู่
มันเป็นคำสอนที่ฟังดูเรียบง่ายนะ แต่พอได้นั่งอยู่เงียบ ๆ ในวัดจริง ๆ มันกลับกระทบใจมากกว่าที่คิด
กิจกรรมที่เราชอบที่สุดคือ “การนั่งสมาธิ” โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ตอนพระท่านปิดไฟหมด เหลือแค่เสี ยงลม เสียงแมลง เสียงธรรมชาติรอบตัว แล้วลมเย็น ๆ ก็พัดเข้ามาเรื่อย ๆ มันเป็นบรรยากาศที่สงบมากแบบอธิบายยาก ช่วงเวลานั้นเหมือนโลกทั้งโลกเงียบลงจริง ๆ เราไม่ต้องรีบตอบใคร ไม่ต้องคิดเรื่องงาน ไม่ต้องไถมือถือ แค่กลับมาอยู่กับลมหายใจตัวเองเฉย ๆ
แล้วมันทำให้รู้ว่า จริง ๆ เราไม่ค่อยได้อยู่กับตัวเองเลยในชีวิตประจำวัน
อีกอย่างที่เราชอบคือ ทางวัดไม่ได้ห้ามใช้โทรศัพท์แบบเด็ดขาด สามารถใช้ได้ในช่วงเวลาส่วนตัว แต่ระหว่างกิจกรรมคือห้ามใช้เลย ซึ่งเราว่ามันเหมาะกับคนยุคนี้มาก
จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย ถ้างดใช้เครื่องมือสื่อสารทั้งหมดได้ การปฏิบัติธรรมก็น่าจะได้ผลดีที่สุด เพราะใจจะนิ่งกว่านี้มาก แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดขาดจากโลกภายนอกได้ 100% บางคนยังมีงาน มีลูกค้า มีครอบครัวต้องดูแล อย่างเราเองถึงจะบอกว่าอยากหายไปอยู่เงียๆ ซักพักก็เถอะ ก็ยังมีต้องตอบงานบ้างเป็นช่วง ๆ แต่ถึงจะยังไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก 100% เราก็ยังรู้สึกว่า 3 วัน 2 คืนนี้ ทำให้ใจเราเบาลงเยอะมาก
เรามองว่าการที่วัดเปิดพื้นที่แบบนี้ทำให้คนที่ยังมีภาระหน้าที่ กล้าเริ่มเข้ามาปฏิบัติธรรมได้ง่ายขึ้น โดยไม่รู้สึกว่าต้องหายไปจากโลกก่อน ถึงจะเข้าวัดได้
อีกเรื่องที่ประทับใจมากคือการได้ติดตามพระสงฆ์ออกบิณฑบาตตอนเช้า
ที่ผ่านมาเราเคยเป็นแค่คนที่ยืนรอใส่บาตรอยู่หน้าบ้าน แต่ครั้งนี้เราได้ลองเดินตามพระ ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ได้เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของคนที่ตื่นมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรอใส่บาตร
มันเป็นภาพธรรมดามากนะ
แต่กลับทำให้ใจสงบอย่างประหลาด
~~~ 🚙 เดินทางกลับ ~~~
3 วัน 2 คืนผ่านไปไวมาก
ขากลับเรานั่งรถตู้ของวัดออกมาลงที่เซ็นทรัลชลบุรี แล้วต่อมินิบัสกลับกรุงเทพเหมือนเดิม ค่ารถ 170 บาท
ก่อนมา เราคิดว่าแค่มาพักใจ
แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับไป มันมากกว่านั้นจริง ๆ 🤍







































