ขนมรังผึ้งสูตรอุบลราชธานี
ขนมรังผึ้งสูตรนี้เป็นสูตรแป้งนุ่ม ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วแป้งก็ยังนุ่ม น๊าาา
#เข้าครัวlemon8 #ขนมรังผึ้ง #ทําขนม #อุบลราชธานี #นีน่าขวนทำขนม
ถ้าใครกำลังหา “ขนมรังผึ้ง” หรือ “รังผึ้งกะทิสด” ที่ทำแล้วแป้งนุ่ม ทิ้งไว้ให้เย็นก็ยังไม่แข็ง สูตรแนวขนมรังผึ้งโบราณแบบอุบลราชธานีทำได้ไม่ยากเลยค่ะ ขอมาแชร์เทคนิคที่ช่วยให้เนื้อออกมานุ่มหนึบ หอมกะทิ และได้ลายรังผึ้งสวยๆ (แม้ทำครั้งแรก) 1) เลือกกะทิให้หอมจริง รสและกลิ่นของขนมรังผึ้งจะเด่นที่ “กะทิสด” มากๆ ถ้าใช้กะทิกล่องก็ทำได้เหมือนกัน แต่ถ้าอยากได้ความหอมมันแบบโบราณ แนะนำกะทิคั้นสดหรือกะทิที่มีความมันสูง เวลาย่างจะหอมชัดและผิวนอกจะเงาสวยขึ้น 2) เคล็ดลับให้แป้งนุ่มนาน - อย่าคนแป้งแรงเกินไปนานๆ เพราะจะทำให้แป้งแน่น ควรคนพอเข้ากันแล้วพักแป้งสัก 15–30 นาทีให้แป้งคลายตัว เนื้อจะนุ่มกว่า - ถ้าทำแล้วรู้สึกแป้งแน่น/แข็งหลังเย็น มักเกิดจากไฟแรงไปหรือย่างนานเกิน ให้ลดไฟลงและเพิ่มเวลาย่างแบบค่อยเป็นค่อยไปแทน 3) ทำยังไงให้เกิด “รูรังผึ้ง” ชัด ลายรังผึ้งจะเกิดจากไอน้ำและฟองอากาศตอนโดนความร้อน สิ่งที่ช่วยได้คือ - อุ่นพิมพ์ให้ร้อนก่อนหยอดแป้ง (สำคัญมาก) - หลังหยอดแป้งแล้วรอให้ผิวเริ่มเซ็ตและมีรูผุดค่อยปิดฝา จะช่วยให้ไอน้ำหมุนเวียนและเกิดรูสวยขึ้น - ไฟอ่อนถึงกลางกำลังดี ถ้าไฟอ่อนเกินรูจะขึ้นช้า ถ้าไฟแรงเกินหน้าจะไหม้ก่อนรูมา 4) ปัญหายอดฮิตและวิธีแก้ - ขนมติดพิมพ์: พิมพ์ต้องร้อนพอและทาน้ำมันบางๆ ก่อนรอบแรก (รอบต่อไปมักไม่ต้องทามาก) รอให้ขอบล่อนค่อยแซะ อย่ารีบ - หน้าไม่สวย/ไม่เป็นลาย: มักมาจากพิมพ์ไม่ร้อนหรือหยอดแป้งหนาเกิน ลองหยอดบางลงและคุมไฟให้นิ่ง - กลิ่นกะทิไม่หอม: อย่าใช้ไฟแรงจัดจนกะทิไหม้ และถ้ามีส่วนผสมที่ต้องต้ม/อุ่น ควรอุ่นแค่พอเข้ากัน ไม่ต้องเดือดจัด 5) เก็บยังไงให้ยังนุ่ม ปล่อยให้เย็นสนิทก่อนค่อยใส่กล่องปิดฝา จะช่วยไม่ให้ไอน้ำทำให้ผิวแฉะ เก็บอุณหภูมิห้อง 1 วันยังนุ่มอยู่ หรือถ้าแช่เย็นให้วอร์มด้วยกระทะไฟอ่อน/หม้อทอดลมร้อนสั้นๆ กลิ่นกะทิสดจะกลับมาหอมเหมือนเพิ่งทำค่ะ ใครอยากได้ฟีล “ขนมรังผึ้งโบราณ” แบบบ้านๆ อุบลราชธานี แนะนำลองทำตามทริกพิมพ์ร้อน+คุมไฟอ่อนกลาง รับรองรูรังผึ้งมา เนื้อนุ่ม และหอมกะทิสดมากค่ะ

























