自動翻訳されています。元の投稿を表示する

「交渉心理学」です。

オリジナルタイトル: Never Split the Difference

🫑強制で相手を打ち負かしてはいけません。

🫑交渉は戦いではなく、可能な限り多くの情報を明らかにするための探索過程です。

🫑は自分の立場に立っている。

🫑、交渉相手は状況の問題ではないことを忘れないでください。

🫑優れた交渉者は交渉過程を迅速に進めるのではなく、徐々に進めます。

🫑は、肯定的なトーンを取る必要があります.それはあなたがシンプルであることを示しますので、陽気であります,カジュアルでフレンドリーな人.

🫑はリラックスして笑顔で話すことです。

🫑は、その言葉がどのように使われているかなどの質問をするべきです。

🫑間接的に相手に助けを求めることで、相手は自分自身を支配的だと考え、重要な情報を明らかにするためにもっと話すように促されます。

🫑相手の言葉やジェスチャーが矛盾している場合、あなたは彼が嘘をついていることがわかります。

🫑私たちが交渉者と呼ぶ代名詞は、私たちの権威の良い兆候です。

🫑、例えば、「私」と「私のもの」という言葉をよく聞く場合、本当の意思決定力は他の人にある可能性があります。

🫑は相手に自分が人間であり、精神的に生きていると感じさせるために自分の名前を言います。交渉が行き詰まらないようにユーモアのセンスを持ってください。

📍ブックの座標https://s.shopee.co.th/806oyPPTSB

📍今すぐこのコードをコピーしてください。BPB-EDA-PWV

#自己改善 #書評 #自己改善の心理学 #レモンでドラッグサイン8

2/17 に編集しました

... もっと見るการเจรจาต่อรองไม่ใช่เรื่องของการเผชิญหน้าและบีบบังคับให้อีกฝ่ายยอมแพ้ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทักษะจิตวิทยาเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกปลอดภัยและเปิดใจพูดคุยอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ที่ผมได้ลองนำเทคนิคในหนังสือ Never Split the Difference มาใช้ พบว่าการตั้งคำถามในแบบที่ใช้คำว่า "อย่างไร" หรือ "อะไร" อย่างเชิงช่วยสรรค์สร้างการสนทนาที่ลึกขึ้นและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจและบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ สิ่งที่ผมเน้นมากคือการใช้น้ำเสียงเชิงบวก ร่าเริง และการผ่อนคลาย พร้อมกับการยิ้มขณะพูด เพราะสิ่งนี้ช่วยลดความตึงเครียดและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณเป็นมิตร ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ต้องแข่งขันกัน การใช้สรรพนาม "ฉัน" ในประโยคเจรจาช่วยให้ผมสามารถยืนหยัดในจุดยืนของตัวเองได้โดยไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกคุกคาม เช่นการกล่าวว่า "ฉันรู้สึกว่า..." หรือ "ฉันไม่สามารถยอมรับข้อเสนอนี้ได้" ทำให้อีกฝ่ายเปิดใจรับฟังและไม่เกิดการปะทะ นอกจากนี้ เทคนิคการสังเกตน้ำเสียงและภาษากายของอีกฝ่ายก็สำคัญมาก เพราะบางครั้งคำพูดกับท่าทางไม่สอดคล้องกัน ทำให้เรารู้สึกได้ว่าอาจมีความไม่จริงใจ เช่นเดียวกับการขอความช่วยเหลืออย่างอ้อมๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกมีอำนาจควบคุมและเต็มใจที่จะเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ประสบการณ์จริงของผมสอนให้รู้ว่าการเจรจาต้องใจเย็น ไม่เร่งรัดกระบวนการ และยอมรับว่าหากข้อตกลงที่ได้ไม่ดีพอ การเดินออกมาก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า สิ่งนี้ช่วยให้ผมมีความมั่นใจว่าการเจรจาทุกครั้งสามารถควบคุมได้และเน้นไปที่การแก้ไขปัญหามากกว่าการต่อสู้กับอีกฝ่าย สุดท้ายนี้ การพูดชื่อของตัวเองอย่างเป็นมิตรช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มความรู้สึกว่าคุณเป็นมนุษย์มีชีวิตจริง ๆ ซึ่งส่งผลอย่างดีต่อการสร้างความสัมพันธ์และช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น