เงื่อนงำในดวงตา

ถ้าคิดว่าการโดนฟาดหัวจนความจำเสื่อมมันซวยแล้ว บอกเลยว่าชีวิตของ "ชินสุเกะ" บาร์เทนเดอร์หนุ่มดวงตกคนนี้ซวยได้มากกว่านั้นเยอะ!

เรื่องเริ่มจากคืนเหงาๆ ที่เขากำลังจะปิดบาร์ แต่ดันมีลูกค้าชายปริศนาโผล่มาขอชนแก้วส่งท้าย ชินสุเกะก็ใจดีรับรองแขกตามมารยาท แต่ที่ไหนได้ เขากลับโดนลูกค้าคนนั้นงัดอาวุธขึ้นมาฟาดหัวจนสลบเหมือด ฟื้นขึ้นมาอีกทีนอกจากจะความจำหายไปบางส่วนแล้ว ยังได้รับข่าวชวนงงว่า "ชายที่ทำร้ายเขาฆ่าตัวตายไปแล้ว" แถมแฟนสาวที่คอยดูแลก็ดันมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยซะอย่างนั้น!

ในขณะที่ชีวิตกำลังมึนๆ อยู่ดีๆ ก็มีหญิงสาวลึกลับเดินเข้ามาในบาร์ เธอมีเสน่ห์แบบแปลกๆ และที่สำคัญคือชินสุเกะรู้สึกคุ้นหน้าเธออย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเขามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขาก็ยิ่งหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น

แต่ในความหลงใหลนั้นมันมีความสยองบางอย่างซ่อนอยู่ ชินสุเกะเลยต้องเริ่มเปิดลิ้นชักความทรงจำที่หายไปเพื่อหาคำตอบว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่?

ยิ่งขุดลึกไปเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบว่าคนรอบตัวต่างพยายามปิดบังความลับบางอย่างไว้ และเบาะแสทุกอย่างก็ดันพุ่งเป้าไปที่ "อุบัติเหตุ" ครั้งใหญ่ที่เขาเคยทำเป็นลืมมันไป

บอกเลยว่าเล่มนี้ "สนุกมากกกก!" อ่านไปลุ้นไปกับตัวเอกตลอดทาง มวลรวมของเรื่องมันมีความลึกลับที่ชวนให้เราเดาทางไม่ถูกจริงๆ

ตอนแรกแอบนึกในใจว่าต้องเป็นเรื่องผีแก้แค้นแน่ๆ แต่อ่านไปสักพัก เอ๊ะ! หรือจะเป็นแนวไซไฟทดลองอะไรหรือเปล่า? สรุปคือ "ผิดหมดจ้า!" โดนคนเขียนสับขาหลอกได้เนียนกริบ แถมการดำเนินเรื่องก็ไหลลื่นสุดๆ

นี่คืออีกหนึ่งเล่มที่คนชอบเรื่องแนวระทึกขวัญสั่นประสาทที่เล่นกับความรู้สึกพลาดไม่ได้

ปล. มีฉากติดเรทนิดๆ พอให้หัวใจเต้นตึกตัก

Goodreads ให้ 3.4 Readgendary ให้ 4.7

เงื่อนงำในดวงตา สำนักพิมพ์ Shadow

#รีวิวหนังสือน่าอ่าน #reviewหนังสือ #รีวิวหนังสือ #หนอนหนังสือ #readgendary

4/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชหา “เงื่อนงำในดวงตา (Dying Eye)” แล้วลังเลว่าจะอ่านดีไหม เราว่าจุดเด่นของเล่มนี้คือความ “ชวนสงสัยแบบไล่จับคำโกหก” ตลอดทางค่ะ เรื่องเปิดมาด้วยชินสุเกะ บาร์เทนเดอร์ที่โดนฟาดหัวจนความจำเสื่อม (แค่พล็อตนี้ก็ชวนเครียดแล้ว) แต่ที่ทำให้มันน่ากลัวขึ้นคือหลังฟื้นมา เขาต้องรับมือกับข่าวที่ขัดแย้งกัน แถมคนสำคัญอย่างแฟนสาวก็หายตัวไปอีก ความรู้สึกมันจะประมาณว่า โลกทั้งใบเหมือนถูกรีเซ็ต แต่ทุกคนรอบตัวกลับรู้เรื่องมากกว่าเรา สิ่งที่เราชอบมากคือ “บรรยากาศ” มันมาแบบหลอนเงียบๆ ไม่ได้พึ่งผีหรือจัมป์สแกร์ แต่เป็นความระแวงว่าใครกำลังปิดบังอะไรอยู่ โดยเฉพาะตอนมีผู้หญิงลึกลับเดินเข้ามาในบาร์ แล้วพระเอกดันรู้สึกคุ้นหน้าเธอ ทั้งที่ความทรงจำหายไปบางส่วน—พอผู้เขียนโยนคำใบ้ผ่าน “ดวงตา” และรายละเอียดเล็กๆ (เหมือนภาพบนปกที่เป็นดวงตาใหญ่ มีเส้นเลือดกับรอยเลือดกระเด็น) มันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเบาะแสมันอยู่ตรงหน้า แต่เราจับให้ชัดไม่ได้สักที สำหรับคนที่ชอบนิยายแนวระทึกขวัญ/ลึกลับ แนะนำให้อ่านแบบตั้งสมาธินิดนึง เพราะเล่มนี้สนุกตรงการเดาทาง: ตอนแรกเราเองก็เผลอคิดว่าจะไปทางผีแก้แค้น หรือไม่ก็ไซไฟทดลองอะไรสักอย่าง แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จะรู้สึกได้เลยว่าผู้เขียน “ตั้งใจหลอก” ให้เราคิดไปคนละทาง แล้วค่อยๆ เฉลยด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างสมจริงในกรอบของเรื่อง ทำให้จบแล้วอยากย้อนกลับไปดูว่าเราพลาดชิ้นส่วนไหน ถ้าอยากได้ทริคอ่านให้ฟินขึ้น: 1) ลองจดชื่อคน/เหตุการณ์สำคัญไว้คร่าวๆ เพราะเรื่องเล่นกับความทรงจำและช่องว่างของข้อมูล 2) สังเกตปฏิกิริยาตัวละครรอบตัวพระเอก โดยเฉพาะเวลาพูดถึง “อุบัติเหตุ” ครั้งใหญ่—ตรงนี้เป็นจุดที่เรื่องค่อยๆ ขยับจากความงงไปสู่ความจริง 3) เตรียมใจว่าอาจมีฉากติดเรทนิดๆ แบบพอให้หัวใจเต้น ไม่ได้มาเยอะแต่ช่วยเพิ่มความตึงเครียด สรุปในมุมเรา “เงื่อนงำในดวงตา” เป็นเล่มที่เหมาะกับคนชอบความลึกลับแบบบีบคั้น หักมุม และบรรยากาศหม่นๆ อ่านแล้วลุ้นว่าความจริงคืออะไร และใครกันแน่ที่กำลังมองเรากลับผ่านดวงตาคู่นั้น