กระกล่ำปลีต้านมะเร็งได้ ควรทานดิบหรือสุกมากกว่ากัน #เภสัชรักบี้

2025/9/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการกินกระหล่ำปลีอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากสารต่อต้านมะเร็งซัลโฟราเฟนนั้น ผมได้ลองปรับวิธีรับประทานมาแล้วหลายแบบ ตั้งแต่กินดิบๆ ไปจนถึงนึ่งหรือลวกเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงและทำให้สารสำคัญคงทนมากขึ้น จากคำแนะนำที่ได้รับมา กะหล่ำปลีควรหั่นหรือทุบให้ชิ้นเล็กแล้วพักไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้เอนไซม์ myrosinase ทำงานแปลงกลูโคซิโนเลตเป็นซัลโฟราเฟน และหลังจากนั้นนึ่งหรือลวกด้วยน้ำร้อนไม่เกิน 5 นาทีจะทำให้สารกอยโตรเจนน้อยลง สารต้านมะเร็งจึงยังคงอยู่มากขึ้น รวมถึงช่วยลดอาการท้องอืดในผู้ที่ย่อยยาก สำหรับผมที่มีไทรอยด์ปกติ ชอบรับประทานทั้งแบบดิบสดและลวก เพราะทั้งสองวิธีช่วยให้ได้สารต่างกันและผมรู้สึกได้ถึงความกรอบหวานของกระหล่ำปลีที่แตกต่างกัน แต่ถ้าใครมีปัญหาไขมันในตับ หรือโรคไทรอยด์ แนะนำว่าควรลวกหรือปรุงสุกเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้การรับประทานกระหล่ำปลีเป็นประจำทุกสัปดาห์ในปริมาณที่เหมาะสมประมาณ 5 ทัพพี ช่วยเสริมระบบขับสารพิษในร่างกายและทำให้ระบบลำไส้ทำงานดีขึ้น ตรงกับผลวิจัยที่พบว่าผักตระกูลกะหล่ำช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งหลายชนิด ท้ายที่สุดแล้วการเลือกกินแบบดิบหรือสุกขึ้นอยู่กับสุขภาพและความชอบส่วนตัว โดยเน้นว่าวิธีลวกหรือการนึ่งแบบรวดเร็วเป็นตัวเลือกที่ดีเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อสุขภาพค่ะ

ค้นหา ·
กะหล่ำปลีทานดิบได้ไหม