🔥 ผลสำรวจชี้ “จีนแซงสหรัฐฯ” ในภาพลักษณ์ผู้นำโลก
ผลสำรวจล่าสุดจาก Gallup เผยว่า
ปี 2025 “จีน” มีคะแนนความนิยมในฐานะผู้นำโลก “แซงหน้าสหรัฐฯ” เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี
ตัวเลขสำคัญ
จีน ได้คะแนนนิยมสูงกว่าสหรัฐฯ
สหรัฐฯ ตามหลังอยู่ประมาณ 5%
ถือเป็นช่องว่างที่มากที่สุดในรอบ 20 ปี
📉 ฝั่งสหรัฐฯ เกิดอะไรขึ้น?
คะแนนนิยม “ลดลงต่อเนื่อง”
จาก 39% ในปี 2024
เหลือเพียง 31% ใน ปี 2025
เป็นระดับ “ต่ำที่สุดในหลายปี”
ขณะที่ช่วงต้นปี 2026
คะแนนยังไม่ฟื้น และมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก
📈 ฝั่งจีนกำลังมาแรง
คะแนนนิยมเพิ่มจาก 32% → 36%
สะท้อนบทบาทในเวทีโลกที่ชัดขึ้น
โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
🌍 ภาพรวมโลกตอนนี้
สหรัฐฯ เสียความนิยมในหลายภูมิภาค
โดยเฉพาะในยุโรป (รวมถึงประเทศสมาชิก NATO)
ขณะที่จีนค่อยๆ ขยายอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจ
⚠️ สิ่งที่ต้องจับตา
นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
การถอนตัว/บทบาทในองค์กรระหว่างประเทศ
ทั้งหมดนี้อาจทำให้ “ความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง”
#สงครามน้ำมัน #เศรษฐกิจโลก #การเมืองโลก #เทรดเดอร์ #traderrefund
จากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามข่าวสารด้านการเมืองระหว่างประเทศ ผมสังเกตเห็นว่าคะแนนนิยมของจีนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการที่จีนขยายบทบาททั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองในหลายภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่จีนเข้าไปลงทุนและส่งเสริมโครงการต่างๆ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของจีนในสายตาประชาชนในประเทศเหล่านั้นดูน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่สหรัฐฯ ประสบกับการลดลงของคะแนนนิยม มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลกระทบ เช่น ความขัดแย้งภายในประเทศ ความเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศที่บางครั้งทำให้สูญเสียความไว้วางใจในเวทีโลก รวมถึงการมีบทบาทที่ลดลงในองค์กรระหว่างประเทศและพันธมิตรทางทหารอย่าง NATO เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ลดลงในสายตาของประชาคมโลก ในฐานะคนที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจโลกและการเมืองระหว่างประเทศ สถานการณ์นี้สะท้อนว่าการเป็นผู้นำโลกไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจหรือการทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ที่ดี ความสามารถในการสร้างความร่วมมือ และการยึดมั่นในพันธสัญญาต่างๆ ที่ทำให้ประเทศคู่ค้าและพันธมิตรมั่นใจในการสนับสนุน สิ่งที่ทุกฝ่ายควรจับตาคือทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในอนาคตว่าจะสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นและนำพาภาพลักษณ์ของประเทศกลับมาได้หรือไม่ รวมถึงจุดยืนของจีนว่าการขยายบทบาทในเวทีโลกนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด เพราะทั้งสองประเทศยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างมาก ในฐานะผู้ติดตามข่าว ผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่เป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนโยบายในระยะยาว ที่สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้นำโลกต้องตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ด้วยวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น และผู้คนทั่วโลกมีมุมมองต่อความเป็นผู้นำที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ


ใช้การค้าเศษตะจิดในเอเชีย