กะเทยต้องได้ใช้นางสาว
เมื่อมีบางคนบอกว่าหนูก็เป็นสาวสองแต่ไม่เห็นอยากได้นางสาวเลย
อยากบอกว่าก็แล้วแต่คุณค่ะเราไม่ได้บังคับ
แต่กฎหมายต้องรับรองอัตลักษณ์ทางlwศสภาพของทุกคน
เพื่อให้ทุกคนได้ตัดสินใจเลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้
ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนและเข้าใจเรื่องสิทธิของบุคคลในกลุ่ม LGBTQ+ โดยเฉพาะสาวสองเรื่องของการได้รับการยอมรับในนามสกุลหรือการเลือกใช้นามสกุล 'นางสาว' ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความรู้สึกทางตัวตนและความมั่นใจในชีวิตประจำวันอย่างมาก ตอนที่กฎหมายเปิดโอกาสให้สาวสองได้เลือกนามสกุลตามอัตลักษณ์นั้น เป็นการเพิ่มพูนความเท่าเทียมและเคารพสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งช่วยลดความรู้สึกถูกข่มเหงหรือเข้าใจผิดในสังคมได้ดีขึ้น หลายคนที่รู้สึกสบายใจเมื่อได้ใช้ 'นางสาว' แสดงว่าเขาสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้โดยไม่ต้องปิดบังหรือปลอมแปลง อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจไม่อยากเปลี่ยนหรือเลือกใช้ก็ได้ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของเขาเช่นกัน ดังนั้นกฎหมายที่ดีควรเปิดโอกาสให้ทุกคนมีทางเลือก และเคารพในการตัดสินใจของแต่ละคน การมีสิทธิ์เลือกใช้ชื่อหรือนามสกุลที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชนในไทย และช่วยให้สังคมมีความเข้าใจและยอมรับความหลากหลายมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงแบบนี้จะทำให้ทุกคนในสังคมรู้สึกปลอดภัยและได้รับความเคารพอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม สรุปแล้ว การสนับสนุนให้กะเทยหรือสาวสองสามารถเลือกใช้นามสกุล 'นางสาว' ได้อย่างเสรีนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อ แต่มันคือการยอมรับตัวตนและการให้ความเคารพในสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนอย่างแท้จริง


















แบบนี้คนปกติก็มีสิทธิ์ไม่ให้พวกวิปริตแค่ผ่านมีดหมอมาอ้างขอใช้กะหลอกผู้ชายแท้น่ากลัวคนที่มีจิตผิดปกติจากร่างปกติที่ครองอยู่ไปหาวิธีทำให้เหมือนแต่ของนอกข้างในไม่ใช่ของเทียมอย่างเป็นของจริงโคตรน่ากลัวเลยจะม่สร้างสังคแห่งการหลแกลวงไม่ใช่แต่จะเป็นให้ได้แล้วบังคับสังคมส่วนรวม