กู้บ้านให้ผ่านยังไง ทั้งที่มีภาระ (แบบเยอะมากกมหาศาลเลยล่ะ ! )

สวัสดีค่ะ วันนี้เราอยากมาแชร์ประสบการณ์ และหวังว่ารีวิวของเรา จะเป็นประโยชน์กับคนที่อยากมีบ้านแบบเราได้บ้าง 😅

เราเริ่มต้นการตัดสินใจยื่นกู้บ้าน ด้วยความที่เราและแฟนเป็นหนี้ !! และใช่ค่ะ หนี้หลักแสน แบบ แสนสาหัสจริงๆ *และด้วยเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว*

เรามีความคิดว่า ไหนๆ เราก็เป็นหนี้แล้ว จะเป็นอีก แล้วมีบ้านเป็นของตัวเอง จะเป็นอะไรไป แต่ๆ นะ

เราก็มาคิดอีกทีว่า แต่มันจะบานปลาย ถ้าหนี้เดิมมี และสร้างหนี้ใหม่ …

สุดท้ายเราตัดสินใจ คิดว่าจะรวมหนี้ มาไว้เป็นหนี้ก้อนเดียว คือหนี้บ้าน ให้มันจบๆไป ซึ่งเราคำนวนมาแล้วว่า

📌 เราจะเก็บตังเพื่อปิดหนี้บ้างส่วน (ในกรณีของเรา มีการหาข้อมูลมาแล้วว่า เราจะขอให้ จนท ช่วยยื่นกู้ให้เคสเรา เป็นการแก้เคสได้ไหม คือเราต้องรู้ก่อนนะว่า ฐานเงินเดือนเราสามารถกู้ได้เท่าไหร่ ในกรณีที่เราไม่มีภาระหรือหนี้อื่น ) เช่น สมมุติ ว่าเรามีฐานเงินเดือน 10,000 เราอาจจะกู้ได้ 1 ล้าน แต่เรามีหนี้ไปล่ะ 8,000 ก็คือถ้ายื่นกู้ยังไงก็ไม่ผ่าน เพราะภาระ สูงเกิน แต่ของเราคือต้องมีเงินสักก้อนก่อนนะ เพื่อที่เราจะเอามาคุยกับ จนท ได้ว่า เราพร้อมปิดภาระ ที่เกินมาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารต้องการได้

📌 เมื่อเรามีเงินพร้อมเคลียร์ภาระหนี้สินให้อยู่ในเกณฑ์ของธนาคารได้ เราก็ต้องมาคำนวนต่อ ถ้าเราต้องผ่อนบ้าน วงเงินเท่านี้ ต่อเดือนเท่านี้ เราจะไหวจริงใช่ไหม (ส่วนตัวเรา ลองใช้ชีวิต แบบ ที่ต้องผ่อนค่าบ้านมาแล้ว เรามองว่า เราสามารถไปต่อได้)

📌แล้ว พอคำนวน ทุกอย่าง มาถึงเรื่องวงเงินในการยื่นกู้

เราขอกู้เกิน มาประมาน 10% เพื่อ เอามาปิดหนี้ที่มีทั้งหมด แต่คนอื่น อาจจะกู้เกินมาแต่งบ้าน 😂 (ซึ่งตรงนี้เราก็อยากทำนะ แต่เรามีหนี้ และเราก็อยากมีบ้าน มันจำเป็นจริงๆ )

📌สุดท้ายเราลองยื่นกู้ดู และผลออกมา คืออนุมัติ > ทำให้เรามีหนี้เพิ่ม แต่เป็นหนี้ ที่จ่ายต่อเดือนน้อยกว่าที่เราต้องจ่ายหนี้เดิมที่เราเคยมี เพียงแต่ ยาวนานไปอีก 30 ปี

*และในกรณีเรา คือเรามีหนี้บัตรเครดิตรวมกับแฟน เกือบสิบใบ หนี้รถยนต์อีก 1 คัน ขุ่นพระไหมล่ะ กู้ผ่านได้ไง 555555555

**แต่ที่ผ่าน เราถามธนาคารมาว่า เพราะอะไร และคำตอบคือ มันมาจาก สกอร์ของเราทั้งคู่ ที่ถึงแม้เป็นหนี้ แต่ไม่เคยค้างจ่าย ไม่เคยจ่ายช้า ไม่เคยมีประวัติหนี้เสีย จ่ายตรงมาตลอด + มีกำลังในการหาเงินมาปิดหรือเคลียร์ภาระให้อยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดได้

*** กับอีกหนึ่งอย่างคือ การงานมั่นคง (อย่างของเราคือกู้ร่วม แฟนทำงาน 3 ปีกว่า ส่วนเราเพิ่งเปลี่ยนงานมา และอยู่ในช่วงทดลองงาน แต่ก็ใกล้ผ่านทดลองงานแล้วและเรายังทำงานสายงานเดิมต่อเนื่องเกือบ 3 ปี / และบริษัท ที่ทำทั้งคู่ ดูมั่นคง น่าเชื่อถือ และจ่ายภาษีตรงตลอด) จึงเป็นเหตุผลให้เรากู้บ้านผ่าน ทั้งที่เราเป็นหนี้ 😅

= สุดท้ายอ่ะ คือถ้าจะกู้บ้านสักหลัง เราต้องรู้กำลังที่เราไหวแบบไหวจริงๆ รู้ว่ารายรับเรา มันจะกู้ได้วงเงินเท่าไหร่ มันก็จะทำให้เราเลือกบ้าน ที่เราสามารถกู้แล้วผ่านได้ แต่ทั้งนี้ เครดิตก็ต้องดีอีกด้วยอ่ะแบบไม่เคยมีประวัติหนี้เสีย ไม่ใช่เป็นหนี้แล้ว แต่ค้างจ่าย จ่ายไม่ตรง จ่ายช้า ก็อาจจะไปต่อไม่ได้ (หรือป่าว 5555)

🧡ลองหาบ้านที่ราคาใช่สำหรับเรา เราว่าถ้าเครดิตไม่เสียจริงๆ ลองทำแบบเรา อาจจะกู้ผ่านได้

#กู้บ้านฉบับมนุษย์เงินเดือน #กู้บ้านหลังแรก #กู้บ้านกับแฟน #กู้บ้าน #บ้านเลือกเรา

2025/9/20 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมก่อนยื่นกู้ เราติดคำถามเดียวเหมือนกันคือ “ผ่อนบ้าน 1 ล้าน เดือนละเท่าไหร่” เพราะถ้าตอบไม่ได้ ก็จะเลือกบ้าน/วงเงินแบบเดาสุ่ม แล้วพอมีภาระเดิมอยู่มันพังง่ายมาก เราเลยทำชีทคำนวณแบบง่ายๆ ไว้เช็กกำลังตัวเองก่อนเดินดูโครงการ (เราไปวนดูทั้งบ้านใหม่-มือสองเกือบปีเหมือนกัน) วิธีคำนวณแบบเร็ว (ประมาณการ) - ใช้สูตรค่างวดสินเชื่อบ้านแบบคร่าวๆ: ค่างวดต่อเดือน ≈ (เงินกู้ x อัตราค่างวดต่อ 1 ล้าน) - “อัตราค่างวดต่อ 1 ล้าน” จะเปลี่ยนตามดอกเบี้ยและจำนวนปีผ่อน ตัวเลขประมาณการที่คนถามกันบ่อย (ต่อเงินกู้ 1,000,000 บาท) - ผ่อน 30 ปี - ดอกเบี้ย 3%: ~4,200 บาท/เดือน - ดอกเบี้ย 4%: ~4,770 บาท/เดือน - ดอกเบี้ย 5%: ~5,370 บาท/เดือน - ดอกเบี้ย 6%: ~6,000 บาท/เดือน - ผ่อน 25 ปี - ดอกเบี้ย 4%: ~5,280 บาท/เดือน - ดอกเบี้ย 6%: ~6,440 บาท/เดือน - ผ่อน 20 ปี - ดอกเบี้ย 4%: ~6,060 บาท/เดือน - ดอกเบี้ย 6%: ~7,160 บาท/เดือน สรุปให้จำง่ายๆ แบบมนุษย์เงินเดือน - ถ้าผ่อน 30 ปี ค่างวดจะอยู่ราวๆ 4,200–6,000 บาทต่อ “1 ล้าน” (ขึ้นกับดอกเบี้ย) - ดังนั้น บ้าน 2 ล้าน ก็เอาตัวเลขนี้คูณ 2 (เช่น 4%/30 ปี ≈ 4,770 x 2 = 9,540 บาท/เดือน) สิ่งที่หลายคนลืมตอนคำนวณ “ผ่อนไหว” 1) ดอกเบี้ยโปรปีแรกไม่ได้อยู่กับเราตลอด: โปร 1–3 ปีแรกมักถูกกว่าปีถัดไป แนะนำลองคำนวณ 2 ช่วง คือ “ช่วงโปร” และ “หลังโปร” เผื่อไว้ก่อน 2) ค่าใช้จ่ายบ้านที่ไม่ใช่ค่างวด: ค่าส่วนกลาง, ค่าซ่อม, ประกันอัคคีภัย/ประกัน MRTA (แล้วแต่ธนาคาร), ค่าน้ำไฟที่เพิ่มขึ้น 3) ทำเล/ระยะทางจากที่ทำงาน: เราเคยจดชื่อโครงการกับระยะทางไว้เลย เพราะค่าน้ำมัน/ค่าเดินทางคือค่าใช้จ่ายแฝงที่ทำให้การผ่อนตึงได้ ทริคสำหรับคน “มีภาระ” แต่อยากกู้ให้ผ่าน (จากที่เราลองมา) - เช็กภาระต่อเดือนทั้งหมดก่อน (บัตรเครดิต/รถ/สินเชื่ออื่น) แล้วตั้งเป้าว่าจะเคลียร์อะไรให้ยอดผ่อนรวมลดลง - ถ้าจะ “กู้เผื่อ” เพื่อปิดหนี้ ต้องคุยให้ชัดกับเจ้าหน้าที่ว่าทำได้ในรูปแบบไหน และเรามีเงินก้อน/แผนปิดหนี้จริง - เครดิตสำคัญมาก: ถ้ามีหนี้แต่จ่ายตรง ไม่เคยค้าง ไม่เคยเป็นหนี้เสีย โอกาสยังมี - ความมั่นคงงาน/เอกสารรายได้: เตรียมสลิปเงินเดือน/หนังสือรับรอง/Statement ให้เรียบร้อย และเลี่ยงสร้างหนี้ใหม่ช่วงยื่นกู้ ถ้าอยากเริ่มแบบไม่ปวดหัว ให้ตอบ 2 ข้อนี้ก่อน: “ผ่อนต่อ 1 ล้านไหวที่เท่าไหร่” และ “ถ้าดอกเบี้ยขึ้นหลังโปร เรายังไหวไหม” พอได้คำตอบแล้วค่อยเลือกบ้าน/เลือกโครงการ จะลดโอกาสยื่นแล้วไม่ผ่าน (หรือผ่านแต่ผ่อนแล้วเครียด) ได้เยอะเลยค่ะ

ค้นหา ·
กู้บ้านไม่ผ่านทำยังไงดี กู้ร่วม

22 ความคิดเห็น

รูปภาพของ miminichcha
miminichcha

ถูกต้องทุกข้อเลย❤️

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ DILLENIANAIL | เล็บเจลทำมือ
DILLENIANAIL | เล็บเจลทำมือ

สอบถามเพิ่มเติมได้ไหม ค่ะ รายได้ ยื่นกู้ รวมสองคนเท่าไหร่นะคะ ตอนนี้ยื่นไป 3 ธนาคาร ไม่ได้นะคะ 😭

ดูเพิ่มเติม(3)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม