เมื่อฉันกลายเป็นคนไข้ของตัวเอง

📋 วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568

นับจากวันนี้ไปอีกสองปี ฉันจะมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการจิตหลอน — นั่นคืออาชีพของฉันในตอนนี้ค่ะ

ช่วงหนึ่งของชีวิต ฉันเองก็เคยล้มป่วยด้วยอาการทางจิต จนต้องรักษาตัวอยู่เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน แม้ภายหลังจะสามารถลดขนาดยานอนหลับกลับมาอยู่ที่ 0.5 มิลลิกรัม หรือเม็ดสีฟ้าที่อ่อนที่สุดได้ แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ฉันต้องเริ่มกระบวนการใหม่นี้อีกครั้ง

📍วันที่ 16–23 กรกฎาคม 2568 ฉันไปปฏิบัติธรรม และกลับมาบ้าน หลังจากกลับมาฉันก็มีอาการแปลกๆ เกิดขึ้นหลายอย่างเมื่อกลับมาบ้านฉันจำได้ว่า อาการฉันเหมือนตื้อไปเลย จะเอาของไปจัด หรือ กลับมาเก็บ ก็ทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ยืนงง เหมือนร่างกายมีแต่ตัว แต่ไม่สามารถใส่คำสั่งอะไรลงไปได้เลยและอื่นๆอีก แต่ที่กลัวที่สุดคงเป็นอาการ ที่รู้สึกเหมือนถูก “ไฟเผาทั้งตัว” ตอนนั้นการอยู่บ้านเลยไม่ช่วยอะไรเลย แม้จะทานยานอนหลับที่แรงก็ยังไม่หลับ และยังมี “เสียงของคนอื่น” เหมือนคนคุยกัน ดังขึ้นในใจตลอดเวลา

มันคือช่วงที่ทรมานที่สุดในชีวิต และมีความรู้สึกเหมือนคนอยากฆ่าตัวตายผุดขึ้นมาในใจ ถึงแม้ฉันจะไม่เคยคิดเลยก็ตาม แต่จิตทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นค่ะ ฉันเลยตัดสินใจออกจากบ้านในคืนวันนั้นเพื่อไปนอนที่วัด และแม้จะเปลี่ยนที่นอนมาอยู่วัด อาการก็ยังไม่ต่างกันนัก — ทั้งร้อนทั้งเย็นในเวลาเดียวกัน เหมือนร่างกายกำลังถูกเผาและเย็นไปด้วยในขณะเดียวกัน และแน่นอนว่าฉันไม่สามารถหลับลงได้เลยแม้เพียงอึดใจเดียว

จนถึงเวลาทำวัตรเช้าราวตีสี่ ฉันรู้สึกเหมือนจะหลับทั้งยืน แต่พอได้เดินจงกรมในตอนเช้า อาการก็เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย

📍วันที่ 10 สิงหาคม 2568

ฉันตัดสินใจตีตั๋วขึ้นกรุงเทพฯ พี่สาวบอกว่ามีพระอาจารย์รูปหนึ่งที่สามารถอธิบายอาการของฉันได้ และเคยรักษาคนที่มีอาการคล้ายกันมามากแล้ว — บางคนถึงขั้นเดินแก้ผ้าเลยก็มี

ฉันอยู่เรียนกรรมฐานกับท่านราวหนึ่งสัปดาห์ จนค่อย ๆ รู้สึกดีขึ้น ท่านสอนให้ฉันเข้าใจใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเพื่อรักษาตัวเอง แต่เพื่อ “เข้าใจคนป่วยจิต” อย่างแท้จริง

ก่อนหน้านั้น ฉันเคยผ่านประสบการณ์แปลก ๆ หลายครั้ง แต่ครั้งนี้หนักที่สุด เพราะฉันทำทุกอย่างด้วยความเข้าใจของตัวเอง โดยไม่มีผู้รู้คอยกำกับ

พระอาจารย์บอกฉันว่า

“อย่าตามจิต อย่าคิด

เมื่อเกิดภาพ อย่าตาม

เมื่อเกิดเสียง อย่าฟัง”

และสิ่งที่สำคัญที่สุด — ท่านบอกให้ “หยุดทุกอย่างที่เกี่ยวกับทางธรรม”

ฉันเข้าใจทันทีว่า ท่านไม่ได้ให้ละธรรม แต่ให้รอเวลา…

รอจนกว่า “ภาพ เสียง และสิ่งปรุงแต่งทั้งหลาย” จะสงบลงเอง แล้วจึงค่อยกลับมาเดินบนเส้นทางเดิมอีกครั้ง ด้วยใจที่มั่นคงกว่าเดิม

ณ ตอนนี้ เวลา 16:58น. ฉันเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แม้จะมีอาการปรุงแต่งทางจิตเกิดขึ้นมาบ้าง ให้ฉันสับสน งุนงง กับตัวเอง ว่านี่คือ “ฉัน” รึเปล่า แต่ฉันก็รู้สึกปลอดภัยกว่าเดิมมากขึ้นค่ะ จากประสบการณ์ที่ค่อยๆสะสมมา ฉันยังคงมีอาการหนักและเพลียเช่นเดิม เมื่อมีการ deep talk แต่ฉันก็รู้ว่า มันจะหายไป

และจะเร็วขึ้นเมื่อฉันเคลียร์พลังงานด้วยการนั่งสมาธิแบบวันต่อวัน

เมื่อมีอาการปวดหัว วิธีแก้ของฉันคือการนั่งสมาธิ ราวๆ 30-45 นาที เพื่อช่วยเคลียร์พลังงานตึงๆ เหล่านี้ออก และมันก็ได้ผลค่ะ

ฉันเลยอยู่ดูแลอาการของป้า(พี่สาวของแม่)ได้ เพราะคนอื่นๆ เริ่มไม่ไหวกันแล้ว

จากที่เราคิดว่า คงจะต้องพาป้าไปอยู่ที่บ้านพักคนชรา (ของรัฐบาล) ทุกอย่างเลยเปลี่ยนค่ะ เพราะฉันจะรับหน้าที่ดูแลส่วนนี้เอง

ก่อนหน้านี้ที่ฉันไม่สามารถทำได้เพราะเข้าใกล้ป้าทีไรฉันปวดหัวทุกทีเลยค่ะ แม่เองก็มีอาการใจร้อน และ อารมณ์แปรปรวนมากขึ้น จนไม่สามารถดูแลป้าได้อีก น้องเองก็ปฎิเสธค่ะ เพราะเค้าบอกว่าไม่คุ้มที่จะเสียสุขภาพจิต

ฉันเลยอาสาทำงานนี้ และ คิดค่าดูแลเพิ่มขึ้น

และหากถึงวันที่ฉันไม่ไหวจริงๆ ฉันเองก็จะปล่อยมือเช่นกัน

ลูกสาวของป้าก็บอกว่ากำลังทำเรื่องเอกสาร แต่อาจจะต้องใช้เวลา 2 ปี เพื่อให้ไปอยู่ที่อเมริกาได้

ฉันเลยคิดว่า 2 ปี พอไหวอยู่

วันนี้ไหวแค่ไหนเอาแค่นั้น ฉันบอกตัวเองแบบนี้เสมอค่ะ

ที่เหลือปล่อยให้ตัวเราในวันพรุ่งนี้เป็นคนจัดการ

🐞

ตอนหนึ่งของชีวิต ฉัน “ป่วยทางจิต” — หรือคนบ้านั่นแหละ

มีภาพ มีเสียง มีความรู้สึกกลัว เหมือนมันไม่ใช่เราเลย

ตอนนั้น เราคือ “คนไข้” — อยู่ในฝั่งที่ถูกอาการมันครอบงำ

แต่พอเราเริ่มรู้ว่า

“อาการมันก็เป็นแค่อาการหนึ่ง ไม่ใช่เราทั้งหมด” แค่เราไม่สนใจมัน ไม่เชื่อมัน ไม่ตามมัน

เราเริ่มเฝ้าดูตัวเอง —

ว่าเวลามันเกิดภาพ เสียง ความกลัว ความคิด

เราเริ่มเห็นว่ามัน “เกิดขึ้น-ดับไป”

และเราไม่ได้เป็นเจ้าของมันจริง ๆ

ตอนนั้นเองที่ คุณจะเริ่มกลายเป็น “หมอของตัวเอง”

2025/10/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการจิตหลอนถือเป็นงานที่ต้องการความเข้าใจและความรู้จริงจากประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและชีวิตจริง เมื่อผู้เขียนได้ผ่านประสบการณ์ความทุกข์ทรมานจากอาการจิตหลอนมาก่อน จึงทำให้มีมุมมองที่ลึกซึ้งต่ออาการเหล่านี้อย่างแท้จริง อาการที่มาพร้อมกับ "เสียงในใจ" หรือภาพหลอน ไม่ได้เป็นตัวตนของผู้ป่วย และอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นและดับไปเหมือนไฟที่ลุกไหม้และดับลง ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ที่จะไม่หลงตามความคิดและอารมณ์เหล่านั้น เพื่อช่วยลดอาการกลัวและความสับสน การฝึกนั่งสมาธิและปฏิบัติกรรมฐานเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเคลียร์พลังงานตึงเครียดในร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคอย่างการเดินจงกรมและการรู้ตัวในขณะที่ภาพหรือเสียงหลอนเกิดขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางของตัวเองอีกครั้ง นอกจากนี้ การเปลี่ยนบรรยากาศ เช่น การไปพักที่วัดหรือสถานที่สงบ ก็ช่วยลดภาวะจิตใจที่หนักหน่วงได้อีกทางหนึ่ง งานดูแลผู้ป่วยจิตในระยะยาวจำเป็นต้องมีความอดทนและความรักในงานอย่างสูง เพราะบางครั้งต้องเจอกับความเครียดและความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ การตั้งขอบเขตสำหรับตัวเองและรู้ว่าเมื่อไหร่ควรปล่อยมือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการหมดไฟในการดูแลและดูแลสุขภาพจิตของผู้ดูแลตัวเองด้วย ประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่ต้องรับบทบาททั้งคนไข้และหมอของตนเองนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความเข้าใจตนเอง, การฝึกสติและการใช้ธรรมะอย่างเหมาะสม การไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในอาการแต่กลับเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและเฝ้าดูอาการเป็นเรื่องที่ให้พลังและความเข้มแข็งทางจิตใจ การดูแลผู้ป่วยจิตไม่เพียงแต่เป็นการดูแลทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลจิตใจทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลให้สามารถเดินหน้าต่อไปในชีวิตได้อย่างมั่นคงและสงบสุขอีกด้วย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

( เรื่อง : How to เปลี่ยนฆาตกรตัวร้ายให้กลายเป็นคนคลั่งรัก 🔪)
#รีวิวนิยายวาย #Howtoเปลี่ยนฆาตกรตัวร้ายให้กลายเป็นคนคลั่งรัก #ลูคัสไม่ชอบทุเรียน #bl #imyourshine
imyour_shine

imyour_shine

ถูกใจ 166 ครั้ง

😍อันตรายของ"ไข้กาฬหลังแอ่น"
🤔 ไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคติดเชื้อที่ดำเนินโรคเร็วและรุนแรงมาก สามารถทำให้อาการทรุดลงนดันตก อวัยวะล้มเหลว - เนื้อตายจากการขาดเลือด อาจทำให้ต้องตัดแขนตัดขา - สูญเสียการได้ยิน หรือความพิการทางระบบประสาท - เสียชีวิตรวดเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมง ในบางราย ✨จุดสำคัญก็คือ "โรคนี้ไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา
สุขภาพดี 100 ปี ไปด้วยกัน

สุขภาพดี 100 ปี ไปด้วยกัน

ถูกใจ 23 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงสร้อยข้อมือหยกสีเขียวอ่อนวางบนกล่องสีขาวข้างแคปซูลยาหลายเม็ด พร้อมข้อความ “หินที่คนไม่แข็งแรงต้องมี” และ “ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวง่ายขึ้น เสริมภูมิ หรือคลายความเหนื่อยล้าเรื้อรัง”
ภาพสร้อยข้อมือหยกสีเขียวอ่อน พร้อมชื่อ “Jade” และคำอธิบายว่าเป็น “หินแห่งการรักษาและพลังชีวิตนิรั�นดร์” ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว เสริมสมดุลหัวใจ ตับ และระบบหมุนเวียนเลือด
ภาพสร้อยข้อมือลาริมาร์สีฟ้าอ่อนเหมือนทะเล พร้อมชื่อ “Larimar” และคำอธิบายว่าเป็น “หินแห่งการหายใจใหม่ของชีวิต” ช่วยให้ใจสงบ คลายความเจ็บปวดทางใจ และเห็นคุณค่าของการอยู่ตรงนี้
EP.2 – หินสำหรับ “คนฟื้นไข้ ชีวิตเริ่มใหม่หลังความเจ็บป่วย”
💚 1. Jade (หยก) หินแห่งการรักษาและพลังชีวิตนิรันดร์ (Stone of Vital Serenity) ในคัมภีร์จีนโบราณเชื่อว่า “หยกคือเลือดของโลก” — พลังที่ไหลเวียนชีวิต ใช้เป็นเครื่องรางให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว และให้พลัง “ชี่” กลับคืนสู่ร่าง พลังหยกช่วยเสริมสมดุลหัวใจ ตับ และระบบหมุนเวียนเลือด เหมาะกับผู้ป่วยโรคเรื้อ
Molthin

Molthin

ถูกใจ 276 ครั้ง

สิ่งที่เห็นทุกวัน คือคนไข้จำนวนมาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะป่วย
"โรคร้ายไม่ได้เกิดกับคนอื่น" แต่ถ้ามันเกิดขึ้น… เราพร้อมหรือยัง ในฐานะหมอรักษามะเร็ง คุณหมอบอกว่า “สิ่งที่เห็นทุกวัน คือคนไข้จำนวนมาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะป่วย” สั้น ๆ แต่จริงมากค่ะ วันนี้ยุ้ยได้มีโอกาสเข้าเรียน ✨ WEDLIVE สโมสรวันพุธ Special Sales Clinic CI123 EP.3 โดย “หมอก้วย” นพ.ธนุตม์
meepragun.insured มีประกันอินๆ

meepragun.insured มีประกันอินๆ

ถูกใจ 0 ครั้ง

หยุดกังวลล่วงหน้า: เปลี่ยนนิสัย "ตีตนไปก่อนไข้" ให้เป็นพลังบวกด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา
หยุดกังวลล่วงหน้า: เปลี่ยนนิสัย "ตีตนไปก่อนไข้" ให้เป็นพลังบวกด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา 1. บทนำ: เมื่อ "ใจ" ไปไกลกว่า "ความจริง" เคยไหมที่คืนก่อนวันนำเสนองานสำคัญ คุณกลับนอนตาค้างอยู่ในความมืด ใจเต้นรัว เหงื่อซึม และจินตนาการไปไกลว่าตนเองจะพูดผิดจนถูกคนทั้งห้องหัวเราะเยาะ
ใจของมิว

ใจของมิว

ถูกใจ 0 ครั้ง

📌“เลี้ยงน้องหมา อย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆไม่งั้นอาจกลายเป็นอันตราย
🐶❤️‍🩹 ประสบการณ์เตือนภัยจากการเลี้ยงน้องหมา น้องหมาของเราเคยป่วยเป็น โรคเลือดจาง ตอนแรกเห็นแค่ว่าน้องซึมๆ ไม่ค่อยกินข้าว เหงือกซีด คิดว่าแค่ไม่สบายเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วอาการหนักกว่าที่คิดมาก สุดท้ายคุณหมอต้องผ่าตัดและให้เลือด 🩸 ตอนนั้นตกใจและกลัวมาก โชคดีที่รักษาทันเวลา น้องเลยกลับมาแข็งแรงอ
เด็กหญิงรู้งี้🐰✨

เด็กหญิงรู้งี้🐰✨

ถูกใจ 4 ครั้ง

เบื้องหลังของศัลยแพทย์ก่อนจะมาผ่าตัดคนไข้จริง
✅ วันนี้ผมได้มีโอกาสมาฝึกสอนศัลยแพทย์ทรวงอกรุ่นใหม่…เรียกว่านับเป็นปีที่ 7 ที่ติดต่อกันมาหลังจากกลับมาจากเมืองนอก…เข้าร่วมการฝึกสอน ขออนุญาติมาเล่าเบื้องหลังความสำเร็จของศัลยแพทย์…ไม่เคยมีคำว่า “ง่าย” กว่าจะเป็นศัลยแพทย์คนหนึ่ง ไม่ใช่แค่สอบติดแพทย์ประจำบ้านแล้วทุกอย่างจะจบ แต่มันคือการฝึกซ้อ
รองศาสตราจารย์ศิระ ผ่าตัดปอด

รองศาสตราจารย์ศิระ ผ่าตัดปอด

ถูกใจ 7 ครั้ง

ลูกมีไข้ ให้กินยาลดไข้แล้ว เช็ดตัวแล้วแต่ก็ยังชัก จะให้พ่อทำยังไง?
#หมอม็อดหมอเด็กขอเล่า #ลูกไข้ #ไข้ชัก #ลูกชัก
หมอม็อด🫁ขอเล่า

หมอม็อด🫁ขอเล่า

ถูกใจ 13 ครั้ง

อย่าให้คำพูดหมอ กลายเป็นคำสาปในใจคุณ
#ชะลอวัย #โรคเรื้อรัง #รักสุขภาพ #selfhealingbyหมอเฟิร์น #khunmorfern
KHUNMORFERN

KHUNMORFERN

ถูกใจ 6 ครั้ง

หมอสามารถเอาชื่อตัวเองพ่วงกับบัญชี ธนค คนไข้ได้หลอ
หมอสามารถเอา ชื่อตัวเองพ่วง กับบัญชี ธนาคารคนไข้ ได้หลอ #พมจเชียงใหม่ #ถกถาม #บัญชีพ่วง #ดราม่า
ชื่อเอิงเอย

ชื่อเอิงเอย

ถูกใจ 0 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม