“ดร.เจษฎ์” ตั้งคำถามสหรัฐ “อยากได้สันติภาพหรือรุกรานไปทั่วโลก” หลังเรียกร้องไทยหยุดยิง แต่เปิดปฏิบัติการบุกเวเนซุเอลาจับผู้นำประเทศ ชี้ ต้องประกาศนโยบายให้ชัด
วันนี้ (4 มกราคม 2569) รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์สองภาษาทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ถึงกรณีสถานการณ์ร้อนล่าสุดที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยา แล้วนำตัวออก นอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้ตั้งข้อสงสัยต่อท่าทีของสหรัฐอเมริกา หลังออกมาเรียกร้องให้ไทย หยุดยิง แสวงหาสันติภาพ เลิกแล้วต่อกัน อย่ามีการปะทะกันอีก และ หันกลับมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน ต่อกรณีการปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา
รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า ทั้งที่ในความเป็นจริงความเป็นปฏิปักษ์นั้นยังมีอยู่จากฝั่งกัมพูชา และยังมีการรุกรานอย่างต่อเนื่อง โดยทำสงครามในลักษณะที่เรียกว่าสงครามลูกผสม มีทั้งการรุกรานทางกายภาพ การปลุกปั่น และการสร้างข่าวเท็จข่าวลวงนำเสนอไปทั่วโลก แต่สหรัฐอเมริกากลับบอกให้ “พวกคุณต้องหยุด” โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งไทย ทั้งที่ไทยไม่เคยเป็นคนเริ่มก่อน และสิ่งที่ไทยทำมาตลอดคือการป้องกันตัว
รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันหากเป็นกรณีสหรัฐอเมริกา หากมีใครกระทบกระทั่งหรือทำอะไรต่อสหรัฐอเมริกาแม้เพียงเล็กน้อย สหรัฐมักแสดงท่าทีแข็งกร้าวบอกว่าจะเอาให้ตายเลย พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตต่อเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาบุกข้ามแดนไปจับตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยาถึงประเทศเวเนซุเอลา ทำให้ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่านโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ หรือนโยบายของสหรัฐอเมริกาคืออะไร พร้อมตั้งคำถาม “ตกลงสหรัฐอเมริกาต้องการสร้างสันติภาพในโลก หรือรุกรานคนไปทั่วโลก?”
รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า สหรัฐต้องบอกนโยบายให้ชัดเจนว่า หากต้องการให้ประเทศอย่างไทยให้ความร่วมมือกับสหรัฐ หรือสหรัฐอยากให้ความร่วมมือกับประเทศอย่างไทยนั้นคืออะไรกันแน่ โดยเฉพาะในเรื่องที่สหรัฐบอกว่าจะสร้างสันติภาพในแต่ละประเทศ สร้างสันติภาพในภูมิภาค และสร้างสันติภาพในโลก
หากสหรัฐยังไม่มีความชัดเจนแบบ นี้ ความร่วมมือก็เกิดขึ้นยาก และสหรัฐยังไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะมาบอกประเทศนั้นทำแบบนี้ ประเทศนี้ทำแบบนั้น เพราะตัวอย่างที่ดี ย่อมมีค่ากว่าการที่พูดเฉยๆ #ข่าวtiktok #สหรัฐอเมริกา #พรรครักชาติ #เลือกตั้ง #นายก
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาโดยตลอด ผมเห็นว่าเหตุการณ์ที่รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก กล่าวถึงนั้น สะท้อนถึงความซับซ้อนของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน เมื่อสหรัฐเรียกร้องให้ไทยหยุดยิงและมุ่งสู่สันติภาพ แต่ในเวลาเดียวกันกลับดำเนินการบุกจับตัวประธานาธิบดีของประเทศอื่นอย่างเวเนซุเอลา ทำให้เกิดความสับสนและคำถามถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริง รวมถึงความไม่ชัดเจนในนโยบายต่างประเทศ สถานการณ์เช่นนี้ย่อมสร้างความไม่มั่นคงและความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ ในมุมมองส่วนตัว การที่ไทยถูกเรียกร้องให้หยุดยิงในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมีการปฏิบัติการต่อเนื่องและส่งผลกระทบในเชิงรุก ทำให้ไทยต้องใช้มาตรการป้องกันตัวเอง ผมมองว่าประเด็นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นที่แต่ละประเทศควรจะมีนโยบายต่างประเทศที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดการขัดแย้งซ้ำซาก นอกจากนี้ ผมยังเห็นด้วยกับที่รศ.ดร.เจษฎ์กล่าวว่า ตัวอย่างการปฏิบัติที่ดีจากประเทศมหาอำนาจย่อมมีผลมากกว่าการกล่าวสุนทรพจน์เพียงอย่างเดียว หากสหรัฐต้องการสร้างสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาคจริง ควรแสดงเจตนารมณ์ผ่านการกระทำที่สอดคล้องและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมืออย่างแท้จริงกับพันธมิตรอย่างไทย ท้ายที่สุด สถานการณ์ระหว่างประเทศสมัยใหม่มีความซับซ้อนและต้องการความชัดเจนทั้งในเชิงนโยบายและการดำเนินการ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับบทบาทของการสื่อสารและความโปร่งใสในนโยบายอย่างจริงจังเพื่อความสงบสุขของภูมิภาคและโลกในระยะยาว








รวมไทยสร้างชาติดีที่สุด