พรรคเพื่อไทย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หารือ ทปอ. วางทิศทางการศึกษา–วิจัย ใช้ “งานวิจัยนำเศรษฐกิจ” ผลิตคนป้อนอุตสาหกรรมใหม่ รับมือพายุ Tech Disruption–Climate Change ชี้ไทยยังมีแต้มต่อจาก Low Sunk Cost ปรับโครงสร้างได้เร็ว เสนอ 2 ยุทธศาสตร์หลัก คือ ยกระดับเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม เพิ่ม Productivity ด้วยวิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี และ สร้างเครื่องยนต์ใหม่ ดึง FDI ควบคู่ Frontier R&D–Tech Transfer เพื่อเกษตร อุตสาหกรรม และบริการมูลค่าสูง พร้อมย้ำ “อธิปไตยทางทรั พย์สินทางปัญญา” และการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยตรรกะวิทยาศาสตร์
ด้าน ทปอ. สะท้อนเร่งแก้ Missing Link ช่องว่างตำราเรียนกับโลกอุตสาหกรรมจริง กังวลการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ การพัฒนากำลังคนให้ตรงดีมานด์ และทิศทาง EEC พร้อมชื่นชมนโยบาย “1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS)” และวิสัยทัศน์การวางแผนระยะยาวของ ศ.ดร.ยศชนัน ที่ทำให้เห็นภาพอนาคตการศึกษา วิจัย และนวัตกรรมของประเทศอย่างชัดเจน #ข่าวtiktok #พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทย #นายก #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์
จากการหารือระหว่างพรรคเพื่อไทยและที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขับเคลื่อนการศึกษาและวิจัยของไทยให้ตอบโจทย์ยุค Digital Disruption และ Climate Change ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในฐานะคนที่ติดตามนโยบายการศึกษามาสักระยะ ผมเห็นว่าไอเดียการใช้ “งานวิจัยนำเศรษฐกิจ” เป็นแนวทางที่สำคัญเพราะสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษากับความต้องการของอุตสาหกรรมได้ตรงจุด ช่วยให้เกิดการพัฒนาคนที่มีทักษะเหมาะสมกับตลาดแรงงานจริง ๆ อีกทั้งการพูดถึง Low Sunk Cost เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะหมายถึงไทยยังอยู่ในจุดที่ยังสามารถปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้เร็วหากมีการวางแผนที่ดี ซึ่งเป็นจังหวะเหมาะสมสำหรับการนำเทคโนโลยี Frontier R&D และ Tech Transfer มาใช้ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการมูลค่าสูง ผมเองก็เห็นด้วยกับความสำคัญของการแก้ไขช่องว่างที่เรียกว่า Missing Link ระหว่างตำราเรียนและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การศึกษาสามารถผลิตกำลังคนที่มีทักษะและความรู้ทันโลกจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในตำราเท่านั้น นอกจากนี้ นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) ยังเป็นแนวคิดที่ดีมากในการกระจายโอกาสและพัฒนาท้องถิ่น ให้คนในพื้นที่สามารถเข้าถึงทุนและทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการเน้นย้ำเรื่องอธิปไตยทางทรัพย์สินทางปัญญาและการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยตรรกะวิทยาศาสตร์ ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจและความยั่งยืนต่อการพัฒนานวัตกรรมในประเทศอย่างแท้จริง การรวมตัวของพรรคเพื่อไทยและทปอ. ในการวางยุทธศาสตร์นี้ ผมมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาและวิจัยให้สมกับการเป็นยุคแห่งความท้าทายและโอกาสทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน







































