สอนใส่เยลลี่พร้อมคำนวณต้นทุนกำไรค่ะ

นำไปทำขายกันดูนะคะ

2025/10/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามเรื่อง “ต้นทุนการผลิต” เวลาทำเยลลี่ใส่แก้วขาย ว่าต้องคิดอะไรบ้างถึงจะไม่พลาด เราขอสรุปเป็นแนวทางที่ใช้จริงแบบเข้าใจง่ายค่ะ (เหมาะกับมือใหม่ที่อยากคุมกำไร) 1) แยกต้นทุนเป็น 3 ก้อนก่อน - ต้นทุนวัตถุดิบ: ผงเยลลี่/ผงวุ้น น้ำตาล น้ำ น้ำเชื่อม สี กลิ่น ท็อปปิ้งต่าง ๆ - ต้นทุนบรรจุภัณฑ์: แก้ว ฝา ช้อน/หลอด สติ๊กเกอร์ ถุงหิ้ว ยางรัด ฯลฯ - ต้นทุนแฝง/ค่าใช้จ่าย: แก๊สหรือไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าขนส่งวัตถุดิบ ค่าเสียหาย/ทำหก (เผื่อไว้) 2) วิธีคำนวณต้นทุนต่อแก้ว (สูตรที่ใช้บ่อย) ต้นทุนต่อแก้ว = (ต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ทำ 1 หม้อ/1 รอบ + ต้นทุนแพ็กเกจจิ้งทั้งหมด) ÷ จำนวนแก้วที่ได้จริง ย้ำว่า “จำนวนแก้วที่ได้จริง” สำคัญมาก เพราะบางทีเรากะว่าได้ 20 แก้ว แต่เทจริงได้ 18 แก้ว ต้นทุนต่อแก้วจะสูงขึ้นทันที 3) ตัวอย่างการคิดต้นทุนแบบเร็ว (ปรับตามของที่คุณใช้) สมมติทำ 1 รอบ ได้ 20 แก้ว - วัตถุดิบรวม 120 บาท - แก้ว+ฝา+ช้อน+ถุง รวม 60 บาท รวมต้นทุนรอบนั้น = 180 บาท ต้นทุนต่อแก้ว = 180 ÷ 20 = 9 บาท/แก้ว จากนั้น “เผื่อค่าเสียหาย” แนะนำ 5–10% ถ้าเผื่อ 10%: 9 × 1.10 = 9.9 บาท (ปัดเป็น 10 บาท/แก้ว) 4) ตั้งราคาขายให้มีกำไรยังไง วิธีง่ายสุดคือกำหนด % กำไรที่ต้องการ ราคาขาย = ต้นทุนต่อแก้ว ÷ (1 - เปอร์เซ็นต์กำไรที่อยากได้) เช่น ต้นทุน 10 บาท อยากได้กำไร 40% ราคาขาย = 10 ÷ 0.60 = 16.67 บาท → ตั้ง 17 หรือ 19 บาทตามตลาด ถ้าขายหน้าร้าน/ตลาดนัดที่มีคู่แข่งเยอะ อาจเลือกตั้งราคา 15/20/25 ตามไซซ์ แล้วปรับ “ปริมาณ/ท็อปปิ้ง” ให้เหมาะกับต้นทุนค่ะ 5) ทริคช่วยคุมต้นทุนการผลิต (ทำแล้วเห็นผลจริง) - ชั่งตวงทุกอย่าง: อย่าใช้ “กะเอา” เพราะต้นทุนจะสวิงมาก - ทำตารางต้นทุนในมือถือ: ใส่ราคาวัตถุดิบล่าสุด แล้วคำนวณอัตโนมัติ - แยกสูตรมาตรฐาน 1 แก้ว: จะรู้ทันทีว่าถ้าเพิ่มท็อปปิ้ง 1 อย่าง ต้นทุนเพิ่มกี่บาท - ตรวจราคาบรรจุภัณฑ์: แก้ว/ฝาเปลี่ยนเจ้าบ่อย ๆ ราคาต่างกันเยอะและกระทบกำไร ถ้าคุณมีรายการวัตถุดิบกับจำนวนแก้วที่ได้จริง บอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวช่วยไล่คำนวณต้นทุนการผลิตและกำไรต่อแก้วให้แบบละเอียดอีกที

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ดวงใจหนึ่งดวง
ดวงใจหนึ่งดวง

สนใจกระดาษค่ะ