พล่าหมูย่าง
สันส่วน
หมูสันคอย่าง 500 กรัม (หมักด้วย น้ำมันหอย 2 ชต. ผงปรุงรส 1 ช้อนชา )
หอมแดงซอย 50 กรัม
ตะไคร้ซอย 20 กรัม
แตงกวาฝาน 50 กรัม
ใบสะระแหน่ 5 กรัม
พริกขี้หนู พริกจินดา 10/20 กรัม ตามความชอบ
มะนาว 30 ml
น้ำตาลเคี่ยว 40 ml
น้ำปลา 40 ml
ผงนัว 1 ช้อนชา
ถ้าใครกำลังหา “วิธีทำพล่าหมูย่าง” แบบง่ายๆ แต่รสจัดจ้านกำลังดี สูตรนี้คือแนวที่ฉันทำบ่อยเวลาอยากกินอะไรแซ่บๆ คู่ผักสดค่ะ จุดสำคัญของพล่าหมูย่างคือกลิ่นหอมของหมูย่างกับสมุนไพร (หอมแดง ตะไคร้ สะระแหน่) และน้ำยำที่ต้องเปรี้ยวเค็มหวานครบ 1) เตรียมหมูย่างให้นุ่มและหอม ฉันชอบใช้หมูสันคอเพราะมีมันแทรก ย่างแล้วไม่แห้งเกินไป ก่อนย่างหมักด้วยน้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ + ผงปรุงรส 1 ช้อนชา (หรือใครมีพริกไทยเพิ่มนิดหน่อยก็หอมขึ้น) หมักอย่างน้อย 15–30 นาที แล้วค่อยย่างไฟกลางจนสุก พักให้คลายร้อน 5 นาทีค่อยหั่นชิ้นพอดีคำ วิธีนี้ช่วยให้หมูยังฉ่ำ ไม่คายน้ำจนแห้ง 2) เคล็ดลับน้ำยำให้ “นัว” ไม่โดด น้ำยำของพล่าหมูย่างฉันจะผสม มะนาว + น้ำปลา + น้ำตาลเคี่ยว แล้วชิมให้ได้รสก่อนค่อยเทคลุกกับหมู ถ้ากลัวเปรี้ยวโดด ให้เริ่มจากใส่มะนาวทีละนิดแล้วค่อยเพิ่ม ส่วน “ผงนัว” ใส่ปลายช้อนหรือประมาณ 1 ช้อนชาตามสูตร จะช่วยให้รสกลมขึ้น (ถ้าไม่มี ใช้น้ำตาลเคี่ยวเพิ่มนิดหน่อยแทนได้) 3) การคลุกให้หอมสมุนไพรแบบร้าน ซอยหอมแดงและตะไคร้ให้บางๆ จะช่วยให้กลิ่นออกดี เวลาคลุกฉันจะใส่หอมแดง+ตะไคร้ลงคลุกกับน้ำยำก่อน 1 รอบ เพื่อให้สมุนไพรโดนน้ำยำ แล้วค่อยใส่หมูย่างตาม คลุกเบาๆ พอเข้ากัน สุดท้ายค่อยใส่ใบสะระแหน่และพริกขี้หนู/พริกจินดา จะได้กลิ่นสด ไม่ช้ำ 4) เสิร์ฟให้อร่อยขึ้นแบบบ้านๆ แตงกวาฝานช่วยตัดความเผ็ดและทำให้กินเพลินมาก ฉันมักเสิร์ฟคู่ผักสดอื่นๆ ที่มี เช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว หรือผักกาดหอม ถ้าชอบแนวจัดเต็ม ทำข้าวคั่วโรยบางๆ ก็เข้ากัน แต่ระวังอย่าเยอะจนกลิ่นตะไคร้หาย 5) ปัญหาที่เจอบ่อยและวิธีแก้ - หมูแข็ง: มักเกิดจากย่างไฟแรงเกิน/ย่างนานไป แนะนำไฟกลางและพักหมูก่อนหั่น - น้ำยำจืดหรือโดด: ชิมให้ได้รสก่อนคลุก ถ้าเปรี้ยวไปเติมน้ำตาลเคี่ยว ถ้าเค็มไปเติมมะนาว/แตงกวาเพิ่ม - สมุนไพรเหม็นเขียว: ตะไคร้ควรซอยบางๆ และใส่ตอนน้ำยำพร้อมหอมแดง จะหอมกว่า ทำตามนี้จะได้พล่าหมูย่างรสแซ่บหอมตะไคร้ กินกับแตงกวาและสะระแหน่แล้วสดชื่นมาก เหมาะทำเป็นกับแกล้มหรือกินกับข้าวก็อร่อยค่ะ



























