ปลาดุกต้มน้ำปลาร้าอร่อยนัว
เมนู “ปลาดุกต้มน้ำปลาร้า” เป็นกับข้าวที่ทำง่ายมาก แต่หลายคนติดตรงกลัวคาว/กลัวกลิ่นปลาร้าแรงเกินไป จากที่ทำกินบ่อยๆ เคล็ดลับอยู่ที่การเตรียมปลาดุกและการปรุงน้ำปลาร้าให้ “หอม นัว กลม” ค่ะ 1) เลือกปลาดุกและล้างให้หายคาว - ถ้าใช้ปลาดุกสด เลือกตัวแน่นๆ ไม่มีกลิ่นฉุน - ล้างด้วยเกลือ ขยำให้ทั่ว แล้วล้างน้ำออก 1-2 รอบ (ช่วยลดเมือก) - ตามด้วยน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวเล็กน้อย พักไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกอีกครั้ง กลิ่นคาวจะลดลงชัด - ถ้ามีเวลา ลวกปลาดุกในน้ำเดือดเร็วๆ 30 วินาทีแล้วค่อยนำไปต้มจริง เนื้อจะไม่คาวและไม่เละง่าย 2) น้ำปลาร้าให้หอม ไม่เหม็นเขียว - ใช้ “น้ำปลาร้าต้มสุก” จะคุมกลิ่นได้ดีกว่า (ถ้าเป็นปลาร้าขวดมักสุกอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่แน่ใจให้ต้มก่อน) - เวลาต้มให้ใส่สมุนไพรช่วยดับกลิ่น: ตะไคร้ทุบ ใบมะกรูด หอมแดงบุบ (มีข่าได้ยิ่งดี) - ต้มสมุนไพรกับน้ำให้เดือดก่อน ค่อยใส่น้ำปลาร้า จะได้ความหอมขึ้นและกลิ่นนวลลง 3) สัดส่วนปรุงรสแบบบ้านๆ (ปรับได้ตามชอบ) - น้ำเปล่า 2-3 ถ้วย - น้ำปลาร้า 3-5 ช้อนโต๊ะ (เริ่มน้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่ม) - น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ (ช่วยชูรสเค็มให้คม) - น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทรายเล็กน้อย (ตัดเค็มให้กลม) - พริกสด/พริกแห้งตามชอบ (อยากเผ็ดหอมใส่พริกขี้หนูบุบ) 4) วิธีต้มให้เนื้อปลาดุกสวย ไม่คาว - ตั้งหม้อ ใส่น้ำ + ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง รอเดือด - ใส่น้ำปลาร้า เคี่ยวให้หอม 3-5 นาที - ค่อยใส่ชิ้นปลาดุก ลดไฟกลาง ไม่คนแรงๆ (กันเนื้อแตก) - ต้มจนปลาสุก ปรุงรสให้ได้ “เค็มนัวนำ” ถ้าชอบหอมเพิ่ม ใส่ใบมะกรูดฉีกตอนท้าย 5) กินคู่กับอะไรให้อร่อยขึ้น - กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวก็เข้ากัน - ผักแนมที่ชอบ: ถั่วฝักยาว แตงกวา กะหล่ำปลี ผักลวกต่างๆ - ถ้าอยากให้ครบมื้อ เติมเห็ดฟาง/เห็ดนางฟ้าหรือยอดผักลงไปต้มด้วยก็อร่อยและได้ความหวานธรรมชาติ ทำตามนี้จะได้ปลาดุกต้มน้ำปลาร้ากลิ่นหอม นัวๆ แบบกินได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน ใครที่ยังไม่กล้าทำเพราะกลัวคาว ลองเริ่มจากใช้น้ำปลาร้าต้มสุกและใส่ตะไคร้-ใบมะกรูดเยอะหน่อย รับรองเวิร์กค่ะ





























แซ่บค่ะ