ขนมสารทเดือนสิบของภาคใต้
“ขนมเทียน / ขนมเต้าเปา“ใช้เป็นขนมช่วงเทศกาลสำคัญๆ ได้แก่ เทศกาลตรุษจีน ทำบุญต่างๆ
อ้างอิงจาก
http://pattaniheritagecity.psu.ac.th/story/entry/18/
เวลาได้ยินคำว่า “ขนมสารทเดือนสิบ” ฉันจะนึกถึงบรรยากาศทำบุญของคนใต้ทันที เพราะเป็นช่วงที่หลายบ้านเตรียมของคาวหวานไปวัด โดยขนมที่มักถูกพูดถึงบ่อย (และเจอตามงานบุญต่างๆ) คือ “ขนมเทียน” และ “ขนมเต้าเปา” ถึงแม้บางพื้นที่จะทำกินในเทศกาลอื่นอย่างตรุษจีนหรือวันสำคัญทางบ้านด้วย แต่พอเข้าเดือนสิบ ความรู้สึกมันจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ ขนมเทียนที่คุ้นๆ กันจะเป็นแป้งเหนียวนุ่ม ห่อใบตองเป็นทรงสามเหลี่ยม จุดเด่นคือ “ขนมเทียนใส่ไส้” ซึ่งไส้ที่เจอบ่อยมีทั้งไส้หวานและไส้เค็ม แล้วแต่สูตรของร้านหรือบ้านนั้นๆ เวลากินใหม่ๆ จะหอมใบตองมาก แนะนำให้สังเกตแป้งที่ดีควรนุ่มหนึบ ไม่แข็งกระด้าง และไส้ไม่แฉะจนทำให้แป้งเละ ส่วน “ขนมเต้าเปา” หลายคนอาจสับสนกับซาลาเปา แต่แบบท้องถิ่นบางเจ้าจะมีเอกลักษณ์ของตัวแป้งและกลิ่นหอมเฉพาะ กินคู่กับชาหรือกาแฟก็เข้ากันดี ฉันชอบซื้อช่วงเช้าๆ เพราะได้แบบอุ่นๆ เนื้อแป้งจะนิ่มและหอมกว่า ถ้าซื้อกลับบ้าน แนะนำให้เก็บในภาชนะปิดฝาเพื่อไม่ให้แห้ง แล้วค่อยอุ่นด้วยซึ้งหรือไมโครเวฟแบบรองด้วยกระดาษชุบน้ำหมาดๆ จะช่วยให้แป้งยังนุ่ม ถ้าตั้งใจจะเอาไปทำบุญช่วงสารทเดือนสิบ เคล็ดลับเล็กๆ คือเลือกขนมที่แพ็กแยกเป็นชิ้นๆ หยิบสะดวก และควรกะปริมาณเผื่อแจกหรือแบ่งกันกินหลังทำบุญด้วย เพราะบางทีคนไปวัดเยอะ ขนมหมดเร็วมาก อีกอย่างคือดูความสด—ขนมเทียนควรทำใหม่ในวันนั้นจะอร่อยที่สุด ส่วนขนมเต้าเปาถ้าซื้อไว้ก่อน 1 วัน ให้แช่ตู้เย็นแล้วค่อยอุ่นก่อนกิน สำหรับคนที่อยากทำเองแบบง่ายๆ ที่บ้าน ขนมเทียนเริ่มจากเตรียมแป้งข้าวเหนียวผสมกะทิให้พอดี นวดจนเนียน แล้วห่อไส้ก่อนนึ่ง ส่วนการห่อใบตองให้หอม เคล็ดลับคือเช็ดใบตองให้สะอาดแล้วลนไฟอ่อนๆ ให้ใบอ่อนตัว จะพับง่ายและกลิ่นหอมชัดขึ้น โดยรวมแล้ว ขนมสารทเดือนสิบไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่มีความหมายเรื่องการรวมตัวของครอบครัวและชุมชนด้วย ใครมีโอกาสช่วงเดือนสิบ ลองตามหาขนมเทียนใส่ไส้กับขนมเต้าเปาในตลาดเช้าหรืองานวัด รับรองว่าได้ฟีลใต้แท้ๆ และอิ่มใจไปพร้อมกัน















