“บริษัทดี.. แต่ไม่ตลอดไป”🍋🥰🫶
สังเกตมาพักใหญ่ อยากเขียนเรื่องนี้มาพักนึงแล้ว
.
ในวันที่เศรษฐกิจดีมากๆ เงินทุนบริษัทล้นกระเป๋า บริษัทยุคใหม่หลายที่ก็อยากสร้างบรรยากาศในฝัน (ของผู้บริหาร) สำหรับการทำงาน
.
บริษัทมีแต่ให้ อยากให้พนักงานมีชีวิตดี มีปาร์ตี้เลี้ยงฉลองบ่อยๆ ทำงานที่ไหนก็ได้ อยากลาก็ไม่จำกัด
.
ทำไปด้วยความคิดว่าทำแบบนี้จะเพิ่ม Productivity ที่หมายถึงการทำงานได้ผลลัพธ์ที ่ดีกว่าการเข้าทำงานออฟฟิศแบบเดิมๆ
.
แต่ความฝันไม่เคยอยู่ข้ามคืน ถึงตอนเช้าเมื่อไหร่ก็ต้องกลับสู่ความเป็นจริง
.
ข้อดีอันดับต้นๆ ของช่วงฝันหวาน คือพนักงานรักกัน เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี บริษัทใช้เงินแก้ปัญหา ใช้เงินให้พนักงานได้เรียนรู้และทดลองทำงาน โดยไม่เคยต้องดูความเสี่ยง เพราะกระเป๋ายังมีเงินและตลาดยังดี
.
แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ถ้าเงินไหลออกมากกว่าไหลเข้า กระเป๋ารั่วไปนานๆ เงินก็หมด.. บรรยากาศดีก็หายไป ถึงเวลาร่ำลา
.
ถึงเวลาที่พนักงานผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจในฝีมือจากโลกสวยที่เคยอยู่มา ต้องออกมาเจอโลกของความเป็นจริง..
.
ในวันที่เศรษฐกิจไม่ได้ดีเหมือนก่อน บริษักระเป๋าตุงก็แทบจะไม่มีอยู่เยอะเหมือนแต่ก่อน
.
พนักงานเก่าจากบริษัทโลกสวยเดิม ต้องลงมาแข่งขันกันหางานพร้อมๆ กันใ นตลาดวาย พร้อมๆ กับคนอื่นๆ ที่พร้อมจะลดแลกแจกแถมเพื่อให้ได้งานมาทำ #แตกเป็นแตก
.
เก่งแค่ไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะหางานได้..
ถึงจะหาได้ ก็ไม่ได้เงินมากเหมือนเก่า
ถึงจะลดเงินเพื่อได้งาน สิ่งที่เคยเรียกว่าสภาพแวดล้อมที่ดี ก็ไม่มีอยู่แล้ว
.
ทุกบริษัทในภาวะเศรษฐกิจถดถอยต้องเอาตัวรอด บริษัทที่ไม่มีเงินก็ต้องหาเงิน บริษัทที่มีเงินก็ต้องประหยัดตัดค่าใช้จ่าย
.
โลกสวยงามสำหรับคนเก่งที่มาจากโลกสวย.. ไม่มีอีกแล้ว.. และนี่คือความจริงของปัจจุบันวันนี้
.
คนที่ยังมีงานทำอยู่ในวันนี้ จะให้ทำเหมือนเดิมแบบที่เคยเป็นมาไม่ได้ ต้องมีความสามารถใหม่ๆ และขยันมากขึ้น เพื่อช่วยทำให้บริษัทรอด
.
ใครที่คิดจะทำงานเดิมๆ แต่สร้างประโยชน์สร้างเงินให้บริษัทน้อยลง หรือไม่คุ้มค่าตัว ก็เตรียมรอวันเวลาบอกเลิกการทำงานได้เลย
.
โพสต์แรกของปีนี้อยากเริ่มต้นด้วยความจริง มากกว่าให้กำลังใจแบบปิดหูปิดตา ใครคิดเหมือนๆ กัน ก็แชร์โพสต์ออกไปบอกเพื่อนๆ ได้เลยครับ
.

















จะให้ลาไม่จำกัด คนต้องมีวินัยมาก งานถึงจะเดินได้