ช่องอานม้า ข้อเท็จจริงควรรู้ ไม่ให้เกิดความสับสน

ช่องอานม้า : ยึดส่วนที่ถูกรุกล้ำคืนได้ แต่ไม่ได้ยึดพื้นที่ทั้งหมดได้เบ็ดเสร็จ 100%

1. ช่องอานม้า ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านน้ำยืน หมู่ที่ 6 ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งระหว่างเนินเขา 2 ลูก คล้ายกับอานม้า จึงถูกเรียกว่า "ช่องอานม้า"

2. ตามแผนที่ 1:50,000 และสันปันน้ำที่ไทยยึดถือ เราถือว่าดินแดนส่วนนี้อยู่ในเขตแดนไทย (เส้นสีขาวในภาพประกอบ) แต่กัมพูชาซึ่งยึดแผนที่ 1:200,000 อ้างว่าอยู่ในดินแดนของกัมพูชา จึงเกิดข้อพิพาทขึ้น

3. มีข้อตกลงร่วมกันใน MOU43 ให้เป็นพื้นที่พิพาทที่ยังไม่ได้ข้อสรุปจากทั้งสองฝ่าย แต่ได้ตกลงให้เป็นจุดผ่อนปรนในการค้าขายและผ่านแดนระหว่างไทย-กัมพูชา

4. ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา กัมพูชาละเมิด MOU43 ด้วยการส่งคนไปตั้งบ้านเรือน ตลาด และสิ่งปลูกสร้าง โดยมีกว่า 400 ครัวเรือนก่อนเกิดเหตุปะทะ

5. มีการสร้างอนุสาวรีย์ "ตาอม" ที่เป็นนักรบชาวกัมพูชา ขี่ม้าและหันปลายดาบมายังฝั่งไทย แสดงให้เห็นถึงเจตนาของกัมพูชาที่ต้องการจะครอบครองพื้นที่แห่งนี้มาตลอดตั้งแต่แรก

6. ทหารกัมพูชาได้ยึดครองพื้นที่ดังกล่าวไว้มาตลอด ช่วงก่อนการปะทะวันที่ 28 ก.ค.2568 (เส้นสีฟ้าในภาพประกอบ)

7. ในวันที่ 28 ก.ค.2568 ก่อนเวลาหยุดยิงในช่วงเที่ยงคืน ไทยยึดพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาได้ จนถึงแนวเส้นสีแดงตามภาพประกอบ แต่หลังเส้นสีแดงตั้งแต่แนวตลาดเป็นต้นไป ยังเป็นพื้นที่ที่ทางกัมพูชายึดครองอยู่

ขณะที่ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่ากรณีพื้นที่ช่องอานม้านั้น ทหารไทยยึดกลับคืนมาได้ แต่ยังไม่สามารถขับไล่ทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ได้ 100%

โดยหน่วยทหารในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแนวทางปฏิบัติร่วมกันไว้ ดังนี้

- จัดกำลังฝ่ายละ 5 นาย โดยแต่ละฝ่ายส่งเจ้าหน้าที่ 5 นายเข้าไปในพื้นที่ร่วม/พื้นที่ที่ต่างฝ่ายได้อ้างสิทธิ์

- ไม่มีการพกพาอาวุธเจ้าหน้าที่ทุกนาย ต้องงดเว้นการพกพาอาวุธในขณะปฏิบัติภารกิจ

- ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกันเดินลาดตระเวนบริเวณรอบอนุสาวรีย์ ‘ตาอม’ (ฝั่งกัมพูชา) และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเวลา 15 นาทีต่อครั้ง

- ไม่จำกัดช่วงเวลาในการเข้า-ออกพื้นที่สามารถเข้าปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนได้ ตลอดเวลา โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา

ซึ่งทำให้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่กองทัพกัมพูชาได้นำคณะทูตทหารจาก 13 ประเทศเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ จึงพบว่าพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ตาอมในขณะนั้น มีทหารไทยควบคุมพื้นที่อยู่เช่นกัน

#TheStructure

#TheStructureNews

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

2025/8/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่องอานม้า ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่พิพาทที่สำคัญระหว่างไทยและกัมพูชา ตั้งอยู่ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นแอ่งระหว่างเนินเขา 2 ลูก คล้ายอานม้า จึงได้รับชื่อเรียกนี้ ช่องอานม้าเป็นพื้นที่ที่สร้างความเข้าใจผิดและความสับสนขึ้นเนื่องจากแต่ละฝ่ายใช้แผนที่ที่แตกต่างกันในการอ้างสิทธิ์พื้นที่ ไทยใช้แผนที่ 1:50,000 และถือเส้นสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ในการกำหนดเขตแดน ขณะที่กัมพูชาอ้างแผนที่ 1:200,000 ว่าพื้นที่นี้เป็นของตน ทำให้เกิดข้อพิพาทระยะยาว ข้อตกลง MOU43 ที่ทั้งสองประเทศร่วมลงนาม แสดงเจตจำนงให้ช่องอานม้าเป็นพื้นที่พิพาทที่ยังไม่ได้ข้อสรุปเด็ดขาด ระหว่างนั้นพื้นที่นี้ถูกจัดให้เป็นจุดผ่อนปรนสำหรับค้าขายและผ่านแดนอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ แต่การละเมิดข้อตกลงจากฝั่งกัมพูชาในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา พบว่ามีการตั้งถิ่นฐานกว่า 400 ครัวเรือน ตลาด และสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่พิพาท ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ในปี 2568 เกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชายึดพื้นที่อย่างต่อเนื่องก่อนเกิดเหตุปะทะในวันที่ 28 กรกฎาคม โดยมีอนุสาวรีย์ 'ตาอม' เป็นสัญลักษณ์แสดงเจตนาแห่งการครอบครองพื้นที่ ฝั่งกัมพูชาสร้างอนุสาวรีย์นักรบขี่ม้าหันปลายดาบสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางอำนาจบริเวณชายแดน ความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้ทหารไทยต้องปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่บางส่วนแต่ยังไม่สามารถขับไล่ทหารกัมพูชาได้ทั้งหมด โดยทหารทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการจัดกำลังลาดตระเวนพื้นที่อย่างสงบ ป้องกันการปะทะเพิ่มเติม และช่วยเหลือการตรวจสอบพื้นที่โดยทูตทหารต่างชาติที่เข้าไปสังเกตการณ์ การที่ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดและรักษาบรรยากาศการเจรจาอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ข้อพิพาทชายแดนส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อความสัมพันธ์ทางการทูตและความมั่นคงของภูมิภาค ช่องอานม้ายังสะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งชายแดนในภูมิภาคอาเซียนที่ต้องการการแก้ไขอย่างมีเหตุผลและเคารพกฎระเบียบสากล เพื่อให้สันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศดังกล่าวมีความยั่งยืนในระยะยาว