自動翻訳されています。元の投稿を表示する

陸軍が噂に対抗する2025年8月3日

2025年8月3日の21時頃、「軍」は声明を発表し、(1)スリンからの避難命令は出されていないこと、(2)カンボジア攻撃の準備をしているという噂を否定したことを明確にしました。

軍は、カンボジアの元首相である「ソムデク・フン・セン」が、カンボジア国防省の広報担当者が投稿した記事を共有したと主張された後、ソーシャルメディアで広まっている噂を否定するために出てきました。その記事によると、タイ軍は、国境委員会(GBC)の会議に先立ち、今夜までにスリン州の撤退を命じ、カンボジアへの攻撃を開始する準備をしているとされています。

陸軍報道官のヴィンドタイ・スワリ少将は、現在の地域ではそのニュースが真実ではないことを確認し、ニュースに記載されているように、スリニテスの即時撤退は命令されていないことを確認しました。

過去には、カンボジア国防省の情報提供は十分に信頼できず、公式情報源からのニュース情報に従い、騙されたり、社会にパニックを引き起こす可能性のある虚偽の情報を共有しないように国民に求めていました。

陸軍は依然として停戦協定を厳格に尊重していますが、頻繁に停戦協定に違反する傾向があるカンボジアの行動の予期せぬ状況に対処する準備ができています。これには、兵士や物資の追加が地域に入ったことが含まれます。

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#タイ国境、カンボジア #タイ、この愛は穏やかだが臆病ではない #軍隊

2025/8/3 に編集しました

... もっと見るในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความตึงเครียดระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชาได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างสูง โดยเฉพาะการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง กองทัพบกไทยจึงได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาข้อตกลงหยุดยิงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในด้านการสื่อสารข้อมูลกับสาธารณชน กองทัพบกได้ตระหนักถึงผลกระทบจากข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือข่าวลือที่อาจสร้างความตื่นตระหนกและความเข้าใจผิดในสังคม จึงได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งทางการที่น่าเชื่อถือ เช่น แถลงการณ์ของกองทัพบกหรือกระทรวงกลาโหม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของข้อมูลเท็จ ประเด็นข่าวลือที่ถูกปฏิเสธครั้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่อ้างว่าอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฮุนเซน แชร์โพสต์ของโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาที่ระบุว่ากองทัพบกไทยมีคำสั่งให้อพยพชาวสุรินทร์ เพื่อเตรียมโจมตีกัมพูชา แต่กองทัพบกได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่มีการอพยพใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ควรได้รับการจัดการด้วยความระมัดระวังและความร่วมมือ ท้ายที่สุดการรักษาสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความมั่นคงของทั้งสองฝ่าย และยังช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ข้อตกลงหยุดยิงและการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุการณ์รุกรานและส่งเสริมการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี โดยทุกฝ่ายต้องเน้นย้ำการเคารพข้อตกลงและรักษาช่องทางการพูดคุยเพื่อป้องกันความขัดแย้งรุนแรง