วิกฤตชายแดนกระทบนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ลดลง 5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และลดลงถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ตลาดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทย และตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อประเด็นด้านความปลอดภัย โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนลดลงเฉลี่ย 25% โดยเฉพาะกัมพูชาลดลงถึง 89% เวียดนาม 53% ลาว 48% อินโดนีเซีย 26% มาเลเซีย 14% และสิงคโปร์ 8%
ขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือชะลอตัวเฉลี่ยประมาณ 30% โดยจีนลดลงสูงสุดถึง 40% ฮ่องกง 33% ส่วนเกาหลีใต้และไต้หวันลดลง 17%
ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีบางตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่องได้แก่ อินเดียเพิ่มขึ้น 16% อิสราเอล 53% ออสเตรเลีย 9% ฝรั่งเศสและออสเตรีย 13% สวีเดน 8% สหราชอาณาจักรและอิตาลี 4% ยุโรปตะวันออก 3% โอมาน 3% และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้น 1%
ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Forwardkeys ณ วันที่ 29 ก.ค. ยังพบว่า ยอดจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้ามายังประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคมเริ่มชะลอตัว โดยลดลง 3% จากเดิมที่เคยขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.4% ก่อนเกิดเหตุปะทะ
ททท.ระบุว่า ขณะนี้กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นปลายปี ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมเน้นย้ำว่า “ความปลอดภัยถือเป็นภาพลักษณ์สำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงจำเป็นต้องมีการสื่อสารเชิงรุกและสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง”

























































มันอาจอยู่ในช่วงของฤดูฝนของบ้านเรารึเปล่าครับ ผมไม่มีสถิติที่จะเปรียบเที่ยบกับเวลาระหว่างนี้ของปีที่แล้ว ผมว่าการรบของไทยกับเขมร ไม่มีผลกระทบอะไรมากกับประเทศอื่นนอกจากเขมรที่เป็นคู่กรณีเท่านั้น ส่วนเปอร์เซนของเขมรที่เยอะนั้นคงเพราะส่วนหนึ่งเขาเข้ามาทำงาน เมื่อปิดด่านก็ต้องมีผลกระทบแน่นอน