自動翻訳されています。元の投稿を表示する

チャーリー・カークの暗殺に満足している人と対処する準備をしてください。

暗殺事件の後、31歳の保守活動家チャーリー・カークは、ユタ州の大学で講義をしていた際、アメリカ合衆国国務副長官クリストファー・ランドーは声明を発表し、事件を称賛または嘲笑する社会的な流れに不満を表明し、外国人が暴力に賛成する姿勢を取ることに対する措置が取られる可能性があると警告しました。

「昨日の政治家の悲劇的な暗殺を受けて、暴力や憎悪を称賛する外国人は歓迎されない訪問者であることを繰り返します。」とランダウはXプラットフォームを通じて投稿し、「この事件についてソーシャルメディアで誰かが称賛したり冗談を言ったりしているのを見て、私は嫌悪感を抱き、領事当局に適切な措置を取るよう命じました。」

一方、ドナルド・トランプ大統領は、9/11の追悼式でカーク氏の退任に敬意を表し、「チャーリー・カーク氏の残忍な暗殺に深く哀悼の意を表します。彼は時代の巨人であり、自由の闘士であり、何百万人もの人々にとってのインスピレーションです。」と述べました

トランプ氏はまた、カーク氏が大統領自由勲章を授与することを発表し、「一つ保証します-式典には間違いなく多くの参加者がいるでしょう」と述べました。

大統領自由勲章は、アメリカ合衆国の最高の民間勲章と考えられており、大統領によって授与され、国家安全保障、世界平和、文化の促進、または国内および国際レベルでの公共の利益への献身に優れた貢献をした個人を表彰するために授与されます。

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#トランプ #チャーリー・カーク

2025/9/12 に編集しました

... もっと見るหลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารชาลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมวัย 31 ปี ที่เมืองยูทาห์ ได้สร้างความสะเทือนใจและกระแสโซเชียลที่มีทั้งการวิพากษ์วิจารณ์และบางส่วนที่แสดงท่าทีสะใจหรือพูดล้อเลียนเหตุการณ์รุนแรงนี้ ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างกว้างขวาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คริสโตเฟอร์ แลนเดา ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า เมื่อนานาชาติที่เกี่ยวข้องในความรุนแรงมีท่าทีสนับสนุน ย่อมจะถูกดำเนินมาตรการเข้มงวดโดยเจ้าหน้าที่กงสุลทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำและเสริมสร้างความปลอดภัยในสาธารณะ ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารเผด็จการหรือบรรดานักเคลื่อนไหวฝ่ายใดก็ตาม สามารถทำลายความน่าเชื่อถือของเสรีภาพและความสงบในสังคม อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงเสียงใจถึงความสำคัญของชาลี เคิร์กในฐานะนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพและมอบเหรียญ Presidential Medal of Freedom อันเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ที่สำคัญสุดของสหรัฐฯ นี้ เพื่อเชิดชูการอุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์ที่มีค่าในระดับชาติและนานาชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษาความสงบและไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการควบคุมกระแสโซเชียลที่อาจส่งเสริมความเกลียดชังและการแบ่งแยกในสังคมอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ การตั้งมาตรการเข้มงวดกับผู้ที่แสดงท่าทีสนับสนุนความรุนแรงจากต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในแนวทางป้องกันความมั่นคงภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในเชิงกฎหมาย เจ้าหน้าที่กงสุลและฝ่ายความมั่นคงถูกมอบหมายให้ประเมินและตรวจสอบสถานะของบุคคลที่ถูกชี้ชัดว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายสนับสนุนความรุนแรง เพื่อดำเนินการตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป การตัดสินใจเช่นนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของสหรัฐฯ ในการไม่ให้อิสรภาพของการแสดงออกถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด และการรักษาความปลอดภัยสูงสุดแก่พลเมืองและแขกต่างชาติ ในภาพรวม เหตุการณ์ลอบสังหารชาลี เคิร์ก และผลตอบรับจากผู้นำระดับสูงมีความสำคัญในการสร้างบทเรียนเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมืองและบทบาทของโซเชียลมีเดีย ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและส่งเสริมเสรีภาพที่รับผิดชอบในสังคมยุคใหม่