นายกฯ ตั้งคณะกรรมการ ลุยปราบอาชญากรรมไซเบอร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 341/2568 แต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เพื่อวางยุทธศาสตร์กลางในการต่อสู้กับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ขยายตัวรวดเร็ว ทั้งการหลอกลวงทางออนไลน์ การพนัน ฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล และข่าวปลอมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

นอกจากนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานในคณะกรรมการฯ กับฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำแล้ว รายชื่อที่น่าจับตามองก็คือ

- พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

- ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ DSI

- ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดูแลการไหลเวียนของเงินดิจิทัลและระบบการเงินที่อาจถูกใช้ฟอกเงิน

- เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเชื่อมโยงการตรวจสอบธุรกรรมในตลาดทุน

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจาก ปปง. ปปท. กสทช. และปลัดหลายกระทรวงเข้าร่วม การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็น “บิ๊กบอร์ดไซเบอร์” ที่เชื่อมโยงหน่วยงานการเงิน–ตำรวจ–เทคโนโลยี และความมั่นคงไว้ในชุดเดียวกัน

คำสั่งระบุชัดว่าต้องการให้การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้ทันท่วงที โดยเฉพาะการรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บไซต์ปลอม และธุรกรรมคริปโตที่ใช้ฟอกเงิน

การผสมผสานผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยทำให้คณะกรรมการนี้มีทั้ง “อำนาจ–ข้อมูล–เทคโนโลยี” อยู่ในมือ สามารถสั่งการเชื่อมต่อได้ตั้งแต่ระดับนโยบายถึงภาคปฏิบัติ

ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลอนุทินให้ความสำคัญกับการปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและเยาวช

#TheStructure

#TheStructureNews

#อนุทินชาญวีรกุล #จิรภพภูริเดช #อาชญากรรมไซเบอร์

2025/10/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมปัจจุบันอาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์และฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจึงเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลในการรวมพลังหลายภาคส่วนมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร การรวมตัวของหน่วยงานสำคัญ เช่น ตำรวจแห่งชาติ กองคดีเทคโนโลยี DSI ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึง ปปง. ปปท. และ กสทช. ช่วยให้นโยบายและมาตรการด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้มีความเข้มแข็ง สามารถสั่งการเชื่อมต่อข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล นอกจากนี้ ยังช่วยลดช่องว่างและความซับซ้อนของงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หนึ่งในประเด็นที่คณะกรรมการให้ความสำคัญคือการป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนหลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง อีกทั้งยังมีการดูแลความปลอดภัยของระบบการเงินดิจิทัล และป้องกันการฟอกเงินผ่านธุรกรรมคริปโตเคอเรนซีซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนในยุคดิจิทัล การดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการชุดนี้ยังเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงร่วมกับข้อมูลการข่าวกรอง ทำให้สามารถตรวจจับและสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในการระวังภัยไซเบอร์ เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยในโลกออนไลน์อย่างครอบคลุมและยั่งยืน สัญญาณใหม่จากรัฐบาลในยุคนี้ชัดเจนว่าเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์จะถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมและนักลงทุน ตลอดจนช่วยปกป้องสิทธิ์และทรัพย์สินของประชาชนจากการถูกโจมตีในโลกออนไลน์อย่างเข้มแข็งมากขึ้น