自動翻訳されています。元の投稿を表示する

ワットは止めなければならない!!

タイが主催するミス・ユニバース2025のステージで、美女たちがサッシュセレモニーの前にイベントルームを出た後、ホストパネルの議長であるナワット・イスクライとミス・メキシコの衝突により、沸騰の波が起こりました。

ワット・ライブは、約20人の美人クイーンがスポンサーのプロモーションビデオを撮影することを拒否し、怒っていることを認めたが、顧客が責任を取ることに満足していない場合、以下のことは誰にも圧力をかけないと主張し、一連の圧力によって事件が引き起こされたと説明しました。

最近、11月5日、ミス・ユニバースの会長であるメキシコの億万長者ラウル・ロチャ・カントゥ氏は、「女性の尊厳と価値を破壊することを誰にも許さない」と公式に述べ、ワット氏を非難し、「122か国のコンテスト参加者を親切で誠実に世話することの意味を忘れた」と述べました。

ラウルはまた、ワットがファティマ・ミス・ユニバース・メキシコを不名誉に扱い、彼女を静かにして部屋を出るように圧力をかけるためにセキュリティを呼び出したと非難し、「ワット、やめなければならない!!」とはっきりと叫んだ(NAWAT、あなたはやめなければならない)。

彼は、すべての女性が尊重されるべきであり、これが一人の問題ではないことを強調しましたが、多くの競技者の不満を反映して、衝突を避けるためにサッシ式を命じ、このイベントにおけるナバットの役割を最小限に抑えるか中止することを発表しました。

ラウルは、ミスUのCEOであるマリオに、すべての法的措置を明確にし、実施し、役員チームを派遣してコンテストを監督するよう依頼し、「美しい女性だけが輝くべきだ」と繰り返し述べました。

彼はまた、MGIの信頼性がナワットの手によって失敗したと比較しましたが、ミス・ユニバースが世界中の女性の力と尊厳を支援するプラットフォームであると主張しました。

さらに、バーレーン、カメルーン、ケニア、モルディブ、モンゴル、イラン、ソマリア、ドイツ、フィジーなど15人の美しい代表者がビザや旅行の理由でコンテストから撤退したと報じられています。

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#ミス・ユニバース202 5 #カノンの時に

2025/11/5 に編集しました

... もっと見るกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นในเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้สร้างความตื่นตัวในวงการประกวดนางงามและประชาชนทั่วไปอย่างมาก เมื่อมีการ Walk Out ของสาวงามจากหลายประเทศรวมถึงการปะทะความคิดเห็นระหว่างณวัฒน์ อิสรไกรศีล และฟาติมา มิสยูนิเวิร์สเม็กซิโก โดยมีนายราอูล โรชา คานตู ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์สออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ไม่เคารพผู้หญิง นอกจากนี้ยังมีการเลื่อนพิธีมอบสายสะพายเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและจำกัดบทบาทของณวัฒน์ในงานครั้งนี้ เหตุการณ์นี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการเวทีระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะเจ้าภาพที่ต้องดูแลผู้เข้าประกวดจาก 122 ประเทศอย่างเท่าเทียมและด้วยความเมตตา รวมถึงสร้างบรรยากาศที่สนับสนุนพลังและศักดิ์ศรีของผู้หญิงทั่วโลก ขณะเดียวกัน ข่าวนี้ยังเผยให้เห็นถึงปัญหาด้านวีซ่าและการเดินทางของตัวแทนจาก 15 ประเทศ เช่น บาห์เรน เคนยา มองโกเลีย เยอรมนี และฟิจิ ที่ต้องถอนตัวจากการแข่งขัน ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ในปีนี้ท้าทายยิ่งขึ้น หากพูดถึงผลกระทบ สิ่งสำคัญคือการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของการแข่งขัน มิสยูนิเวิร์ส ให้กลับมาเป็นเวทีที่เป็นตัวแทนของความงาม ความฉลาด และความมั่นใจพร้อมเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งแฟนคลับและผู้เข้าประกวดทั่วโลกในอนาคต สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำหรับการบริหารงานที่ต้องมีความโปร่งใส รับฟังเสียงของทุกฝ่าย และรักษามาตรฐานสูงสุดเพื่อให้เวทีการประกวดนางงามยิ่งใหญ่ของโลกยังคงเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเปล่งประกายได้อย่างแท้จริง