กลายเป็นประเด็นไวรัลร้อนฉ่าบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากการออกอากาศของรายการวิเคราะห์เศรษฐกิจชั้นนำ ซึ่งมี "ซีเค เจิง" (CK Cheong) นักธุรกิจและอินฟลูเอนเซอร์สายความคิดชื่อดัง มาร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับ "โอกาสและอนาคตของประเทศไทย" ในการดึงดูดเมกะโปรเจกต์ระดับโลกอย่าง โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla (Giga Factory) มาตั้งบนผืนแผ่นดินไทย
ซีเค เจิง เผยเปิดใจว่า ตนเองได้มีโอกาสพูดคุยและติดตามความเคลื่อนไหวกับทาง Tesla Thailand มานานกว่า 2-3 ปี และมองว่าปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีฐานการผลิตกิกะแฟคทอรีของ Tesla เลย จึงเป็นโอกาสทองที่ประเทศไทยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าเค้กก้อนนี้มาให้ได้
โดยเจ้าตัวได้ระเบิดคำพูดสุดเอ็กซ์ตรีมเพื่อกระตุกต่อมคิดของภาครัฐบาลว่า
"หากจะจูงใจให้ Elon Musk มาตั้งโรงงานของ Tesla ในไทย เรายอมมันทุกอย่าง เลียส้นตีนมันก็ต้องเลีย ภาษีก็ยอมให้มัน ที่ดินก็ปล่อยให้มันไปเลย เราต้องยอมหักกฎทุกอย่าง ในโลกมีอีลอนแค่คนเดียว ถือว่าเป็นไอคอนของยุคนี้เลย ยูมีโอกาสให้อีลอนมาสร้างบางสิ่งบางอย่างบนแผ่นดินไทยอ่ะ ยูยอมมันทุกอย่างเลย!" ซีเค เจิง ระบุอย่างเผ็ดร้อน
ซีเค เจิง มองว่า Elon Musk เปรียบเสมือน "โทนี สตาร์ก" (Tony Stark) ในชีวิตจริง และไม่ใช่แค่นักธุรกิจชาวอเมริกันทั่วไป
ดังนั้น การเจรจาดึงตัวเขามาลงทุน รัฐบาลไทยจะใช้กติกาเดิมๆ หรือเข้าหาแบบพิธีรีตองปกติไม่ได้ แต่ต้องเป็นฝ่ายสร้าง "แรงจูงใจ" (Incentive) หรือยื่นข้อเสนอพิเศษที่ปฎิเสธไม่ได้ ยอมหักกฎเกณฑ์ทุกอย่างเพื่อแลกกับอนาคตประเทศ
เมื่อถามถึงความคุ้มค่า ซีเค เจิง อธิบายว่า หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง จะเกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพในประเทศเพิ่มขึ้นทันทีไม่ต่ำกว่า 30,000 ตำแหน่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดชลบุรี รถยนต์ที่ผลิตจะถูกส่งออก (Export) โดยซื้อขายด้วยสกุลเงินบาท และที่สำคัญที่สุดคือเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Know-how) แก่คนไทยในระบบนิเวศ ซึ่งคนเหล่านี้จะเติบโตไปสร้าง Startup หรือกลุ่มธุรกิจระดับ Unicorn ของตัวเองในอนาคต
นอกจากนี้ การม าถึงของ Tesla จะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (Big Tech) ของโลกให้ตบเท้าเข้ามาลงทุนในไทยตามเป็นขบวน
ไม่ว่าจะเป็น ค่ายรถยนต์คู่แข่งอย่าง BYD, ระบบคลาวด์ระดับโลกอย่าง Microsoft Azure และ Google Cloud, ตลอดจน Meta Data Center ไปจนถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่าง ฮิวแมนนอยด์ โรบอต (Humanoid Robot)
บทสัมภาษณ์ดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นสองด้านในสังคม ด้านหนึ่งเห็นด้วยว่าไทยต้อง "ใจถึง" และกล้าปลดล็อกกติกาเพื่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้านในเวทีโลก ขณะที่อีกด้านมองว่าข้อเสนอดังกล่าวอาจเป็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ทุนข้ามชาติที่มากเกินไปจนกระทบต่ออธิปไตยทางเศรษฐกิจ





























































ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม