YSL LOVENUDE lip Stain ทำลิปแบบนี้อีกทำไมอะ? แอบซ้ำ แอบเบื่อปะ?‼️#รีวิวบิวตี้ #รีวิวลิป #TikTokBeauty @YSL Beauty Thailand #YSLBEAUTYTH #makeup
ใครกำลังหารีวิว YSL LOVENUDE Lip Stain แล้วลังเลว่ามันต่างจากลิป stain ทั่วไปยังไง บอกเลยว่าจุดที่ทำให้ “เอ๊ะ” ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองคือ ตอนทาใหม่ๆ เนื้อมันจะออก milky นุ่มๆ เหมือนมูสเบาบาง ไม่ได้เหลวแบบทินต์ และไม่หนึบแบบลิควิดแมตต์ พอทาเสร็จแบรนด์แนะนำให้ “รอ 30 sec” เพื่อให้สีและฟิล์มเคลือบเซ็ตตัว อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้ารีบเม้มปากหรือทาซ้ำทันที อาจทำให้สีไม่เนียนหรือจับตัวเป็นจุดได้ วิธีใช้ที่ลองแล้วเวิร์กสำหรับเรา: 1) เตรียมริมฝีปากให้เรียบก่อน—ถ้าปากแห้ง/ลอก ให้ลงลิปบาล์มบางๆ แล้วซับออกให้เหลือแค่ความชุ่มนิดเดียว 2) ทารอบเดียวให้ทั่วปาก แล้ว “รอ 30 วิ” จริงๆ (นับในใจไปเลย) 3) ถ้าอยากได้สีเข้มขึ้น ค่อยทาซ้ำอีกชั้นแบบบางๆ แล้วรอ 30 วิอีกรอบ เรื่องความสบายปาก: หลังเซ็ตตัวแล้วฟีลจะเบา นุ่ม ละมุน คล้าย marshmallow เบาๆ ไม่รู้สึกตึงปากเท่าลิปแมตต์บางรุ่น และที่ชอบคือไม่ค่อยเป็นคราบบริเวณร่องปาก ถ้าวันไหนปากไม่ได้แห้งมาก จะได้งานปากเบลอๆ ดูละมุน ทดสอบ transfer proof: หลังรอให้เซ็ตครบเวลา ลองแตะทิชชู่/แก้วน้ำ พบว่ามีติดออกมาน้อยกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ได้ “ไม่ติดเลย 100%” นะ ถ้าเจอของมันๆ หรือเผลอถูแรงๆ ยังมีหลุดบ้าง แต่ถือว่าทำได้ดีในกลุ่ม lip stain ที่ให้ฟินิชเนียนๆ ความติดทนหลายชั่วโมง: เราลองแบบอยู่ทั้งวัน พบว่าสีเฟดแบบสวยๆ ไม่ด่างง่าย ช่วงบ่ายๆ หลังทานข้าวอาจหลุดตรงด้านในริมฝีปากนิดหน่อย ซึ่งแก้ง่ายมากด้วยการแต้มเฉพาะจุดแล้วรอ 30 วิ ไม่จำเป็นต้องทาทับทั้งปาก เลือกสีไหนดี (จากชื่อสีที่หลายคนค้นหา): - 510 Flirty Toffee / 520 Cinnamon Kiss: โทนนู้ดน้ำตาลอุ่นๆ เหมาะกับลุค everyday - 540 Mallow Crush: โทนชมพูละมุน ใสๆ ใช้ง่าย - 530 Cheeky Cherry: แดงเชอร์รี่ที่ทาแล้วหน้าดูไบรท์ขึ้น - 610 Nude Champion / 44 Nude Lavalliere / 1 Undressed Pink / 7 Illicit Nude: กลุ่มนู้ด-ชมพูที่เปลี่ยนอารมณ์ลุคได้ตั้งแต่สุภาพจนแซ่บ สรุปถ้าถามว่า “ทำลิปแบบนี้อีกทำไม” ส่วนตัวคิดว่าเค้าขายความรู้สึกตอนทาเป็น milky + การเซ็ตตัวใน 30 วิ แล้วได้ปากนุ่มๆ ติดทนกำลังดี ใครชอบลิปสเตนที่ไม่บางจนแห้ง และไม่หนาเกินไป รุ่นนี้น่าลองมาก



