MNQ, MGC 12 NOV 2025 WED

ไม้แรก TP MGC

- ราคาในภาพใหญ่ยก Low ขึ้นเรื่อยๆ

- โดยไม่ทะลุ VWAP จาก Significant Low ลงไปได้

- แสดงให้เห็นว่า BIAS Buy ยังคุมตลาดอยู่เยอะมาก

- ตลาด New York เปิดและได้ทำ Price Action Buy

ไม้ที่สอง BE MNQ

- ราคาไต่ลงมาหลังจาก Market Open

- ราคาได้วิ่งกลับขึ้นไปที่ VWAP จาก แท่ง Volume และทำ Price Action กลับลงมา

- ราคาได้ไต่ลงมาเรื่อยๆแต่มาเด้งแรงๆที่ Weekly VWAP

- เราจึงได้ set BE ไว้และราคาเด้งกลับมา BE

- เนื่องจากมีการ consolidate เด้งไปมาในระยะนี้เป็นความเสี่ยงสูง

- เราจึงหยุดเทรดจุดนี้ไปที่สามไม้ก่อน

ไม้ที่สาม TP MGC

- ราคามีแรงดัน Buy ขึ้นมาต่อเนื่องสูงมากเราเลยหาจังหวะ Follow Buy อีกรอบ

- โดยมีการทำ Price Action จาก VWAP และราคาก็ได้ขึ้นต่อไปจริงๆ

- คาดว่าอาจขึ้นไปได้ถึง POI ด้านบนแถวๆ 4270 ได้

Patience is key to success...

#เทรด

2025/11/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์เทรดวันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 พบว่าเทคนิคการใช้ VWAP (Volume Weighted Average Price) และ Price Action มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการตัดสินใจเทรดสำหรับตลาด Micro E-mini Nasdaq 100 (MNQ) และ Gold Futures (MGC) โดยราคาของ MGC มีการยกจุด Low ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ราคาไม่สามารถทะลุ VWAP จากจุด Significant Low ลงไปได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อ (Bias Buy) ที่ยังคงควบคุมตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดนิวยอร์กเปิดตัวและเริ่มเกิด Price Action Buy อย่างชัดเจน ส่วนในไม้ที่สองสำหรับ MNQ ราคาได้ปรับตัวลงหลังจากตลาดเปิด แต่กลับขึ้นมาทดสอบที่ VWAP และเกิด Price Action กลับลงมาอีกครั้ง พร้อมกับการดีดตัวแรงบริเวณ Weekly VWAP ทำให้มีการตั้ง Break Even (BE) เพื่อรักษาจุดขาดทุนที่เกิดขึ้นจากความผันผวนและการ Consolidate ซึ่งช่วงนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง จึงเป็นเหตุผลที่ต้องหยุดเทรดในช่วงนี้ก่อน ไม้ที่สามสำหรับ MGC แสดงสัญญาณแรงซื้อที่แข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วย Price Action ที่เกาะ VWAP และราคายังมีแนวโน้มขยับขึ้นไปถึง POI (Point of Interest) บริเวณแถวๆ 4270 โดยการติดตามและ Follow Buy ในจังหวะนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับนักเทรดที่มีความอดทน และเข้าใจถึงความสำคัญของการรอสัญญาณที่ชัดเจนก่อนเข้าตลาด จากข้อมูลใน OCR ของภาพประกอบที่แสดงราคาปัจจุบันและวงจรการเคลื่อนไหวของ Gold Futures และ Micro E-mini Nasdaq 100 จะเห็นได้ว่าการใช้ VWAP ร่วมกับการสังเกต Price Action ภายในกรอบเวลาต่างๆ เช่น Daily หรือ Weekly เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การตั้ง Stop Loss อย่างเหมาะสมและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ยังช่วยให้สามารถเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงได้ สุดท้าย ผู้ที่สนใจเทคนิคและวิธีการวิเคราะห์เชิงลึกนี้ ควรให้ความสำคัญกับการฝึกฝนทักษะการอ่านกราฟ Price Action และทำความเข้าใจ VWAP อย่างละเอียด พร้อมทั้งมีแผนการเทรดที่ชัดเจน รวมถึงความอดทน (Patience) ที่ไม่มองข้าม เพราะนั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดอนาคตที่ผันผวนนี้อย่างแท้จริง