Home merit work. The pot is very big. It is very fast. People can eat 1 ball. 😅
The pot merit work is very big. The body is very cracked. But.. happy. 🥰😇
# Making meritHome
พอพูดถึง “พะโล้” ในงานบุญบ้านทีไร สิ่งที่นึกออกก่อนเลยคือหม้อใหญ่ๆ ที่ตั้งไฟยาวทั้งวัน กลิ่นเครื่องพะโล้หอมไปทั้งบ้าน แล้วคนก็มาตักกันแบบไม่เกรงใจ หมดไวจริงอะไรจริง เราเคยทำแบบหม้อใหญ่เหมือนกัน เหนื่อยมาก แต่ได้เห็นคนกินอร่อยคือคุ้ม ถ้าอยากให้พะโล้ออกมาหอมและกลมกล่อมแบบที่คนตักซ้ำ เคล็ดลับแรกคือ “ผัดเครื่องก่อน” ไม่ว่าจะใช้ผงพะโล้/เครื่องพะโล้สำเร็จ หรือเครื่องเทศเป็นชิ้นๆ (อบเชย โป๊ยกั้ก ฯลฯ) แนะนำให้ผัดกับน้ำมันนิดเดียวให้หอมก่อนค่อยเติมน้ำ จะช่วยให้กลิ่นขึ้นและน้ำพะโล้ไม่จืด ส่วน “หมูสามชั้นพะโล้” ให้เลือกชิ้นที่มันกับเนื้อสมดุลหน่อย แล้วลวก/จี่ให้ผิวตึงก่อนลงหม้อ จะช่วยลดกลิ่นและทำให้น้ำพะโล้ใสขึ้น (งานบุญบ้านคนเยอะ น้ำขุ่นๆ บางทีดูไม่น่าตัก) ระหว่างเคี่ยวให้ช้อนฟองทิ้งบ้าง น้ำจะสวยขึ้นเยอะ เรื่องรสชาติ ถ้าทำหม้อใหญ่สิ่งที่พลาดง่ายคือหวานโดดหรือเค็มโดด ให้ค่อยๆ ปรุงทีละนิดและชิมเป็นช่วงๆ เราชอบใช้ซีอิ๊วดำเพิ่มสี + ซีอิ๊วขาวเพิ่มเค็ม + น้ำตาลปี๊บเพิ่มความหอมหวาน (ถ้าไม่มีใช้น้ำตาลทรายได้) แล้วตัดด้วยรสเค็มให้พอดี อย่าใส่หวานทีเดียวเยอะ เพราะเดือดไปสักพักมันจะหวานขึ้นเอง “ไข่พะโล้” ให้ต้มสุก ปอก แล้วเอาลงตอนน้ำเดือดอ่อนๆ ไม่ต้องแรงมาก ไข่จะไม่กระด้างและสีจะค่อยๆ ซึมสวย ถ้าอยากให้เข้าเนื้อไว ใช้ส้อมจิ้มไข่เบาๆ 2–3 จุดก่อนลงหม้อ (อย่าจิ้มเยอะเดี๋ยวไข่เละตอนคน) สำหรับงานบุญที่คนเยอะ เทคนิคเอาอยู่คือแบ่งทำ 2 ช่วง: เคี่ยวหมูให้เริ่มนุ่มก่อน แล้วค่อยเติมไข่ทีหลังใกล้เวลาเสิร์ฟ จะได้ไม่ต้องกลัวไข่ดำหรือแข็งเกินไป และถ้าหมดไวจริงๆ แนะนำเตรียม “น้ำพะโล้สำรอง” ไว้ในหม้อเล็กอีกใบ เผื่อเติมน้ำ + ปรุงเพิ่มให้รสไม่จางเวลาตักไปเยอะ สุดท้าย ถ้าอยากให้พะโล้อร่อยขึ้นอีกวัน (อันนี้บ้านเราชอบมาก) พักให้เย็นแล้วอุ่นใหม่วันถัดไป รสจะเข้มขึ้นแบบธรรมชาติ ใครทำพะโล้หม้อใหญ่ครั้งแรก อย่าเครียดนะ เหนื่อยแต่สุขใจจริงๆ โดยเฉพาะตอนเห็นคนชมว่า “น้ำพะโล้หอมมาก” นี่หายเหนื่อยเลย




































