#💥ส้มจี๊ด🍊พากินพาเที่ยว วันนี้พาเพื่อนๆไปชมวัดทาง
ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ#วัดโพธิ์ จากอารามหลวงสู่มรดกความทรงจำแห่งโลก
#วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดโพธิ์" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสำคัญยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ตั้งอยู่ ณ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์อันงดงาม และมีจารึกซึ่งได้รับการรับรองเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกจากองค์การ#ยูเนสโก ยูเนสโก
จาก "วัดโพธาราม" สู่พระอารามหลวงประจำรัชกาล
ประวัติของวัดโพธิ์สามารถย้อนกลับไปได้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเดิมมีชื่อว่า "#วัดโพธาราม วัดโพธาราม" เป็นวัดราษฎร์ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา (พ.ศ. 2231-2246) ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงสถาปนาวัดโพธารามขึ้นเป็นพระอารามหลวง
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวัดโพธิ์เกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่ อ#พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี และได้ทรงเริ่มบูรณปฏิสังขรณ์วัดโพธารามครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2331 ซึ่งใช้เวลายาวนานถึง 7 ปี 5 เดือน 28 วัน และได้พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส" เพื่อให้เป็นพระอารามหลวงคู่พระบรมมหาราชวัง และทรงกำหนดให้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 โดยได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระองค์มาบรรจุไว้ที่ผ้าทิพย์ใต้ฐานพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวัดโพธิ์ โดยใช้เวลานานถึง 16 ปี 7 เดือน การบูรณะครั้งนี้ได้ขยายพระอารามให้กว้างขวางขึ้น และมีการรวบรว มสรรพวิชาความรู้ต่างๆ จารึกลงบนแผ่นศิลาประดับไว้ตามศาลารายรอบพระอุโบสถและภายในบริเวณวัด เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ เปรียบเสมือนเป็น "มหาวิทยาลัยเปิด" แห่งแรกของสยามประเทศ และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทรงเปลี่ยนชื่อสร้อยของวัดเป็น "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร" ดังที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
พระพุทธไสยาสน์: พุทธศิลป์อันยิ่งใหญ่แห่งรัชกาลที่ 3
หนึ่งในปูชนียวัตถุที่สำคัญที่สุดของวัดโพธิ์คือ พระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอนวัดโพธิ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2375 องค์พระมีขนาดใหญ่โต โดยมีความยาวถึง 46 เมตร และสูง 15 เมตร ก่ออิฐถือปูนและลงรักปิดทองทั่วทั้งองค์
ความวิจิตรตระการตาของพระพุทธไสยาสน์ไม่ได้อยู่ที่ขนาดเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ ประติมากรรมมุกประดับที่ฝ่าพระบาท ซึ่งมีความยาว 5 เมตร สูง 3 เมตร โดยประดับเป็นภาพ "มงคล 108 ประการ" ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ซึ่งแสดงถึงพระมหาปุริสลักษณะของพระพุทธเจ้า ลวดลายที่สลักเสลาอย่างประณีตงดงามนี้ถือเป็นงานศิลปะชั้นเอกของกรุงรัตนโกสินทร์
จารึกวัดโพธิ์: มรดกความทรงจำแห่งโลก
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของรัชกาลที่ 3 ที่ทรงต้องการให้วัดโพธิ์เป็นแหล่งรวมสรรพวิชาความรู้ ทำให้มีการจารึกตำราต่างๆ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณกรรม การแพทย์ โหราศาสตร์ การปกครอง และประเพณีต่างๆ รวมทั้งสิ้น 1,440 ชิ้น ประดับไว้ทั่วพระอาราม
คุณค่าอันใหญ่หลวงของจารึกเหล่านี้ ทำให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "จารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม" เป็น มรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และต่อมาได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับนานาชาติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ซึ่งถือเป็นการประกาศเกียรติคุณในฐานะที่เป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่า
ต้นกำเนิดการนวดแผนไทยและโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ
จารึกวัดโพธิ์ยังเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นคลังความรู้ทางการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำราการนวดแผนโบราณ ที่ได้จารึกไว้พร้อมกับรูปปั้นฤาษีดัดตนในท่าต่างๆ เพื่อสอนให้ประชาชนได้รู้จักการบำบัดรักษาโรคและดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
ภูมิปัญญาด้านการนวดนี้ได้สืบทอดต่อมาจนกระทั่งมีการก่อตั้ง โรงเรียนแพทย์แผนโบราณและนวดแผนโบราณวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) ขึ้นอย่างเป ็นทางการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 โดยได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข และถือเป็นโรงเรียนสอนนวดแผนโบราณแห่งแรกที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ปัจจุบัน โรงเรียนนวดแผนโบราณวัดโพธิ์มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสืบสานศาสตร์การนวดแผนไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
วัดโพธิ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังถือเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ที่เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยากสัมผัสศิลปะพุทธศิลป์และความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณ เมื่อได้เข้าไปเยี่ยมชม วัดโพธิ์จะพบกับพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่อลังการและความงดงามของการประดับมุกบนฝ่าพระบาทที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมีจารึกโบราณซึ่งเป็นแหล่งความรู้สำคัญของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ประทับใจอย่างมากกับการได้เรียนรู้การนวดแผนไทยผ่านโรงเรียนนวดแผนโบราณที่นี่ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ศึกษาและฝึกฝนศาสตร์การนวดที่สืบทอดกันมายาวนาน ทำให้เราเข้าใจถึงคุณค่าของการรักษาสุขภาพด้วยวิถีไทยอย่างลึกซึ้ง หากคุณมีโอกาสมาเยือนกรุงเทพฯ ไม่ควรพลาดที่จะมาเดินชมและสัมผัสประสบการณ์ที่วัดโพธิ์แห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ศิลปะ และภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วนและน่าชื่นชมอย่างแท้จริง













































ที่ไหนคะ สวยงดงามมากค่ะ