ยาฉีดลดความอ้วน
อนามัยโลกปรับแนวทางการใช้ “ยาฉีดลดความอ้วน”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : องค์การอนามัยโลกออก “แนวทางแนะนำ” ฉบับใหม่สำหรับยาฉีดลดความอ้วนตระกูล GLP-1 รวมถึงยาฉีดยอดฮิตอย่าง “โอซิมปิก” ด้วย
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2025 เดอะฮิลล์ รายงานข่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแนะนำใหม่เกี่ยวกับการใช้ยากลุ่ม GLP-1 เช่น Ozempic, Wegovy, Mounjaro และ Zepbound เพื่อรักษาปัญหาโรคอ้วน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก
ข่าวบอกว่าในปี 2024 นั้น ประเมินว่าผู้ใช้ยา GLP-1 วัยผู้ใหญ่ ประมาณ 12.5 เปอร์เซ็นต์ ใช้เพื่อลดน้ำหนักตัวเอง และว่าจำนวนผู้ใช้ยาเพื่อวัตถุประสงค์นี้จะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้
ทั้งนี้ ยา GLP-1 เป็นยารักษาโรคเบาหวาน แต่มีผลข้างเคียงในการกระตุ้นฮอร์โมนที่มีผลต่อความอยากอาหาร ทำให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มขึ้น โดยสำนักงานอาหารและยา ยอมรับให้มีการใช้เป็นยารักษาโรคอ้วนได้ตั้งแต่ปี 2021
ทั้งนี้ คำแนะนำใหม่ขององค์การอนามัยโลก มีสองข้อ ข้อแรกระบุว่ายา GLP-1 สามารถใช้รักษาผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนได้ ยกเว้นผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ และข้อสองคือการเน้นย้ำว่ายา GLP-1 ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ โดยแนะนำว่าผู้ใช้จะต้อง พิจารณาใช้ควบคู่กับมาตรการอื่น เช่นการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกายแบบเข้มข้น ควบคู่กับการใช้ยาด้วย
โดยข้อเสนอหลักทั้งสองข้อ เสนอออกมาแบบมีเงื่อนไข (conditional recommendation) หมายถึงไม่บังคับให้ปฏิบัติในทุกกรณี แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หรือบริบทของผู้ใช้ เพราะยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับผลระยะยาว รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อหยุดใช้ยา
อย่างไรก็ตาม ดร. ฟรานเชสกา เซเล็ตติ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านโรคอ้วนขององค์การอนามัยโลก กล่าวขณะเสนอแนวทางใหม่ดังกล่าวว่า “ยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้” โดยอ้างผลงานวิจัยว่าผู้ใช้ยา GLP-1 เพื่อลดความอ้วน จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน รวมถึงการออกกำลังกาย เพราะยา GLP-1 อาจทำให้ผู้ใช้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
“เราไม่ควรละเลยสิ่งที่ต้องทำ และไม่ควรหลอกตัวเองว่าสามารถใช้ยาตัวนี้ตัวเดียวเพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้” ดร.เซเล็ตติ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงค่าใช้จ่ายของการใช้ยาอย่างต่อเนื่องด้วย โดยข่าวบอกว่ายา GLP-1 ซึ่งส่วนใหญ่ต้องฉีดสัปดาห์ละครั้งนั้น จะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ในระดับ “หลายร้อยดอลลาร์”.
หลายคนค้นหา “ยาฉีดลดความอ้วน Ozempic” เพราะอยากรู้ว่าเริ่มใช้ได้เลยไหม และปลอดภัยแค่ไหน จากที่อ่านแนวทางใหม่ของ WHO ประเด็นที่ฉันคิดว่าสำคัญและควรเช็กก่อนตัดสินใจมีประมาณนี้ค่ะ 1) Ozempic คืออะไร และต่างจากยาลดน้ำหนักยังไง Ozempic (ตัวยาเซมากลูไทด์) อยู่ในกลุ่ม GLP-1 เดิมใช้รักษาเบาหวาน แต่มีผลทำให้หิวลดลง อิ่มนานขึ้น เลยถูกนำมาใช้เรื่องน้ำหนักด้วย (ในบางประเทศมีสูตร/ชื่อที่ทำเพื่อโรคอ้วนโดยตรง เช่น Wegovy) ดังนั้นอย่าซื้อ/ใช้เองจากการบอกต่อ เพราะ “ข้อบ่งใช้” และขนาดยาอาจต่างกัน 2) ใคร “พอจะเป็นกลุ่ม” ที่แพทย์พิจารณา WHO ระบุว่าสามารถใช้ใน “ผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน” ได้ แต่เป็นคำแนะนำแบบมีเงื่อนไข แปลว่าต้องดูบริบทของแต่ละคนร่วมด้วย เช่น โรคร่วม ยาที่ใช้อยู่ ความเสี่ยงผลข้างเคียง และความพร้อมในการดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่เหมาะกับทุกคน 3) ข้อห้าม/ข้อควรหลีกเลี่ยงที่ต้องจำ แนวทางย้ำชัดเรื่องหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ และคนที่กำลังวางแผนมีบุตรก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ นอกจากนี้ถ้ามีโรคประจำตัวหลายอย่าง หรือเคยมีอาการแพ้ยาฉีด ควรแจ้งประวัติให้ละเอียด 4) ทำไม WHO บอกว่า “ยาอย่างเดียวไม่พอ” สิ่งที่ฉันเห็นด้วยมากคือเรื่องมวลกล้ามเนื้อ—มีข้อมูลว่า GLP-1 อาจทำให้เสียกล้ามเนื้อได้ ถ้าไม่ได้กินโปรตีนพอและไม่มีกิจกรรมเสริมแรงต้าน สรุปคือถ้าจะใช้จริง ควรวางแผนคู่กัน: โภชนาการให้ครบ (โดยเฉพาะโปรตีน) + ออกกำลังกายแบบแรงต้าน 2–3 วัน/สัปดาห์ และคุมแคลอรีอย่างเหมาะสม 5) ผลข้างเคียงและสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์ อาการที่คนพูดถึงบ่อยคือ คลื่นไส้ อิ่มเร็ว ท้องผูก/ท้องเสีย เรอ แน่นท้อง ซึ่งมักเป็นช่วงเริ่มยา การปรับอาหารเป็นมื้อเล็ก เลี่ยงของมัน/ทอด และดื่มน้ำให้พอช่วยได้ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนมาก กินไม่ได้ ปวดท้องแรงผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที 6) ต้องใช้ต่อเนื่องไหม และหยุดแล้วจะเป็นยังไง WHO บอกว่ายังมีข้อมูลระยะยาวจำกัด รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อหยุดยา นี่คือเหตุผลที่ควรวาง “แผนหลังลด” ตั้งแต่วันแรก เช่น รูทีนการกิน/การออกกำลังกายที่ทำได้จริง เพื่อไม่ให้กลับมาโยโย่ 7) ค่าใช้จ่ายคือเรื่องจริงที่ต้องคิด ยากลุ่มนี้หลายตัวเป็นแบบฉีดสัปดาห์ละครั้ง และมีค่าใช้จ่ายระดับหลายร้อยดอลลาร์ต่อเดือนตามที่ข่าวระบุ ดังนั้นก่อนเริ่มควรถามเรื่องงบประมาณ ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ และการติดตามอาการให้ชัดเจน ถ้ากำลังสนใจยาฉีดลดความอ้วนอย่าง Ozempic แนะนำให้เริ่มจากคุยกับแพทย์เรื่อง “เหมาะกับเราไหม” มากกว่าถามว่า “ตัวไหนแรงสุด” เพราะเป้าหมายที่ยั่งยืนคือ น้ำหนักลดพร้อมสุขภาพดี กล้ามเนื้อไม่หาย และทำต่อได้ในระยะยาวค่ะ


