พระโสดาบันมีญาณหยั่งรู้เหตุให้เกิดขึ้น และเหตุให้ดับไป ของโลก
ในหลักธรรมคำสอนของพระโสดาบันนั้น ญาณหยั่งรู้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าใจถึงเหตุแห่งการเกิดขึ้นและดับไปของโลกได้อย่างแจ่มชัด โดยไม่ต้องตั้งข้อสงสัยหรือต้องเชื่อผู้อื่น แต่มีความรู้โดยตรงและชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื้อหาจากบาลีนิทานและบทสอนแสดงให้เห็นว่าการเกิดขึ้นของโลกและสรรพสิ่งนั้นสัมพันธ์กับองค์ประกอบหลายประการ คือ นามรูป (จิตใจและร่างกาย) สฬายตนะ (หกประการแห่งอายตนะ หรือสัมผัสทางกายและใจ) ผัสสะ (การสัมผัส) เวทนา (ความรู้สึก) ตัณหา (ความต้องการ) อุปาทาน (การยึดมั่นถือมั่น) และภพ ชาติ ชรามรณะ ซึ่งล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดสังสารวัฏ และการเกิดดับซ้ำไปซ้ำมา พระโสดาบันจะมีญาณที่ทำให้สามารถเห็นเหตุแห่งสิ่งเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน โดยไม่ลังเลสงสัย "เพราะอะไรมี อะไรจึงมีหนอ" ตลอดจนเข้าใจถึงการดับไปของโลกว่าดับเพราะการหมดไปของเหตุปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ คือ สิ่งที่เมื่อไม่มีแล้วก็ไม่เกิด สิ่งที่เมื่อดับแล้วก็ไม่มีอีกต่อไป รวมถึงการดับความต้องการและการยึดมั่นถือมั่นที่เป็นสาเหตุของการเวียนว่ายตายเกิด การศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนเช่นนี้จึงช่วยให้ผู้สนใจธรรมะสามารถเดินทางไปสู่การบรรลุธรรมชั้นสูงขึ้น โดยเป็นจุดเริ่มต้นของการลดละกิเลส และการเห็นโลกตามความจริงอย่างลึกซึ้ง นับเป็นคำสอนที่ลึกซึ้งและมีคุณค่าทางปัญญาอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แสวงหาความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตและการดับทุกข์อย่างแท้จริง ดังนั้น กุญแจสำคัญในการเข้าใจญาณของพระโสดาบัน คือการพิจารณาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิด "นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรามรณะ" อันจะนำไปสู่การรู้แจ้งถึงความไม่เที่ยงและความไม่มีตัวตนถาวรของสรรพสิ่ง เป็นจุดเริ่มต้นของการดับทุกข์และบรรลุสู่การปลดปล่อยในขั้นโสดาบันนั้นเอง


















